การ สังหารหมู่ ที่ เกียวโต อะนิเมะ สตูดิโอ – Kyoto Anime Studio Massacre

Kyoto-Anime-Studio-Massacre
Shared:

การ สังหารหมู่ ที่เกียวโต อะนิเมะ สตูดิโอ ( Kyoto Anime Studio Massacre ) ที่เกิดขึ้นในปี 2019 เหตุการณ์นี้ ทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่ติดอยู่ในใจ ของชาวญี่ปุ่น เนื่องจาก คดีนี้ ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในคดีที่ เป็นการโจมตีที่อันตรายมากที่สุด คดีหนึ่ง ในญี่ปุ่น นอกเหนือ จากการเกิด สงครามโลกครั้งที่ 2

ญี่ปุ่น อัตราอาชญากรรมของชาติ ที่นี่ต่ำอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำร้ายร่างกาย หรือการ ฆาตกรรม 

จากการสำรวจในปี 2016 ญี่ปุ่นมีอัตราการ ฆาตกรรม ต่ำที่สุดในโลก ค่าเฉลี่ยการเกิดการ ฆาตกรรม มีเพียง 0.3% ต่อจำนวนประชากร 100,000 คน 

ว่ากันว่า เมื่อเกิดการ ฆาตกรรม ในญี่ปุ่น มักมีรายงานว่า จะเป็นคดีที่ รุนแรงอย่างเห็นได้ชัด 

คดีในวันนี้ เราอยู่กันที่ เมืองเกียวโต ซึ่งอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของ ญึ่ปุ่น และถึงแม้ ปัจจุบัน โตเกียวจะกลายเป็นเมืองหลวงของประเทศ เกียวโต ก็ยังถือว่าเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เป็นที่ตั้งของวัดพุทธ ศาลเจ้าชินโต พระราชวัง และสวนหลายพันแห่ง 

สถานที่ที่สามารถทำให้นักท่องเที่ยว หลงใหลได้เป็นเวลาหลายเดือน เพื่อท่องเที่ยว และหลีกหนีจากความวุ่นวายใหม่ๆ ในปัจจุบัน แต่ถึงแม้ว่า เกียวโตจะก้าวเข้าสู่โลกสมัยใหม่ เกียวโต ไม่ได้เป็นเพียงเมืองที่มีประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ รวมไปถึง โครงสร้างพื้นฐานขั้นสูง เกียวโต มีทุกสิ่งที่บริษัทและองค์กรหลายแห่งมองหา

หนึ่งในบริษัทเหล่านั้นคือ เกียวโตแอนิเมชั่น ก่อตั้งในปี 1981 โดยฮิเดยากิ ฮัตตะและภรรยาของเขา โยโกะ

เกียวโตแอนิเมชั่น ( Kyoto Animation ) 

Kyoto Anime Studio Massacre การ สังหารหมู่
Kyoto Animation Studio : Google Maps 

เกียวโตแอนิเมชั่น เติบโตจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในฐานะบริษัทให้บริการด้านโปรดักชั่น สู่สตูดิโอ ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่ง ของญี่ปุ่น 

หลายปีที่ผ่านมา เกียวโตแอนิเมชั่น ได้รับการยอมรับในด้านมูลค่าการผลิตที่สูง ไม่เหมือนสตูดิโอ ส่วนใหญ่ พวกเขายังจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน มากกว่าสัญญาจ้างอิสระ พวกเขายังฝึกพนักงานภายในบริษัทด้วย ทั้งนี้ ได้สนับสนุนให้ พนักงานมุ่งเน้นไปที่คุณภาพมากกว่าจำนวนผลงาน เกียวโตแอนิเมชั่นเติบโตขึ้น ตลอดหลายทศวรรษ 

ในที่สุด ก็ย้ายจากสำนักงานใหญ่ในเมือง อูจิ ( uji ) ไปยัง ฟูชิมิกุ ( Fushimiku ) และ เกียวโต ( Kyoto ) ตามลำดับ และได้ตั้งชื่อว่า สตูดิโอ วัน ( Studio One ) พวกเขาได้สร้างชื่อเสียง จาก อนิเมะยอดนิยม เช่น 

Clannad
Clannad
A Silence Voice
A Silence Voice
K-On
K-On

ภายในปี ปี 2019 เกียวโตแอนิเมชั่น นั้น อยู่ในยุคเฟื่องฟู พวกเขาเป็นที่รู้จักดี ไม่เพียงแต่สำหรับผลิตภัณฑ์ของพวกเขาเท่านั้น ทั้งนี้ รวมไปถึง การดำเนินธุรกิจของพวกเขาด้วย แต่เช่นเดียวกับชื่อเสียงทุกประเภท ความสนใจเชิงบวก ก็จะมาพร้อมกับความสนใจเชิงลบด้วยเช่นกัน

บางคนก็ หาว่างานที่ เกียวโตแอนิเมชั่น ทำนั้นน่าเบื่อ บางคนถึงกับหาวิธีที่จะทำลาย รูปแบบธุรกิจของพวกเขา แต่ก็จะมีคนส่วนน้อย ประเภทที่จะมีความเกลียดชังส่วนตัว แบบไม่มีเหตุผล และหนึ่งในบุคคลเหล่านั้นมีชื่อว่า ชินจิ อาโอบะ ( Shinji Aoba ) 

ชินจิ อาโอบะ กับ เกียวโตแอนิเมชั่น

ในปี 2019 ชินจิ อาโอบะ เป็นชายอายุ 40 ปี อาศัยอยู่ในไซตามะ เขาเกิดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ปี 1978 เขาเติบโตขึ้นมาใน มิโดริคุ วอร์ด ( Midori-ku (ward)) ในเมืองไซตามะ 

Kyoto Anime Studio Massacre การ สังหารหมู่
ชินจิ อาโอบะ : https://warosu.org/

เมื่อตอนที่เขายังเป็นเด็ก แม้ว่าพ่อแม่จะหย่าร้างกัน จึงทำให้เขาอยู่กับพ่อ พี่ชาย และน้องสาว ชินจิมีชีวิตที่ลำบากจนโต เพื่อนร่วมชั้นของเขา บอกว่า ชินจิมักขาดเรียนบ่อย และเป็นคนชอบเล่าเรื่องราวต่างๆ 

หลังจากเรียนจบ เขาก็กลายเป็น เสมียนพาร์ทไทม์ ที่ร้านสะดวกซื้อ หลังจากนั้น ถึงแม้จะอายุอานามจะ 34 ปีแล้ว ชินจิ ก็เจอปัญหาทางกฎหมาย เนื่องจาก ในเดือนมิถุนายน 2012 เขาไป ปล้น ร้านสะดวกซื้อด้วยมีด เขาได้เงิน 20,000 เยน แต่ในที่สุดเขาก็ถูกจับได้

ตำรวจตัดสิน จำคุก ชินจิ เป็นเวลาสามปีครึ่ง ในการพิจารณาคดีของเขา เขาได้บอกอัยการว่าเขาเบื่อที่จะอยู่ในสังคม ในที่สุด เขาก็ได้รับการปล่อยตัว ในปี 2016 และเขาได้ย้ายกลับเข้าไป ในอพาร์ตเมนต์ ในเมืองไซตามะ 

ย้อนกลับไปในเกียวโต เกียวโตแอนิเมชั่น เติบโตขึ้นจากความแข็งแกร่ง สู่ความแข็งแกร่ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และตั้งแต่ปี 2009 เกียวโตแอนิเมชั่น ได้จัดการแข่งขันประจำปีที่เรียกว่า เกียวโต แอนิเมชั่น อวอร์ด ( Kyoto animation awards ) พวกเขาเป็นเจ้าภาพการแข่งขันนี้ เพื่อเชื่อมต่อกับผู้ชม และนำเสนอนักเขียนที่มีความสามารถ และมีพรสวรรค์ 

ผู้เข้าแข่งขัน สามารถส่งเรื่องราวของพวกเขา เพื่อให้ทีมงานรีวิวผลงานได้ เรื่องราวที่ชนะการคัดเลือก ในการแข่งขันครั้งนี้ จะได้รับการตีพิมพ์ ภายใต้สำนักพิมพ์ของบริษัท 

และหากพวกเขาโชคดี ในภายหลัง ก็จะมีโอกาสได้ดัดแปลงเป็นภาพยนต์อนิเมะ ตัวรางวัลเองก็เป็นรางวัลอันทรงเกียรติ และมีเงินรางวัลหนึ่งล้านเยน หรือ ประมาณหนึ่งหมื่นเหรียญ สำหรับผู้ได้รับคัดเลือก 

มันเป็นการแข่งขันกันอย่างดุเดือด และนี่คือจุดที่ เกียวโตแอนิเมชั่น และ ชินจิ อาโอบะ ได้พบกันครั้งแรก เพราะระหว่างปี 2017 ถึง 2018 ชินจิ ได้ส่งเรื่องให้ เกียวโตแอนิเมชั่น ถึง 2 ครั้ง อนิเมะ เป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วไปดูกันในญี่ปุ่น มากจนคาดการณ์ว่า ประมาณร้อยละ 35 ของประชากร ดูมันมากกว่าสัปดาห์ละครั้ง และสำหรับชินจิด้วยเช่นกัน

ชินจิ เขาเป็นคนประเภทบ้านๆ ที่ติด อะนิเมะและเกมอย่างหนัก แทบทุกวันตลอดทั้งปี ทำให้การส่งผลงาน ไปที่ เกียวโตแอนิเมชั่น ของเขาไปได้ไม่ไกลนัก 

น่าเสียดายที่พวกเขาถูกกรรมการ คัดออกในรอบแรก การปฏิเสธ และคัดออกจำนวนมากนี้ ทำให้ ชินจิผิดหวัง และเขาโกรธมาก ความขุ่นเคือง ได้เริ่มขึ้นที่นี่ และจิตใจที่มีปัญหาของชินจิ ก็จะยิ่งแย่ลงด้วย

ตั้งแต่เขาได้รับการปล่อยตัวจากคุก ชินจิ ก็เริ่มตีตัวออกห่างจากเพื่อน และครอบครัว มากขึ้น อันที่จริงเขาแทบจะไม่มีใครเลย และในปี 1999 พ่อของเขาฆ่าตัวตาย และตั้งแต่นั้นมาเขาก็ติดต่อกับพี่ชาย และน้องสาวของเขา 

เป็นที่ชัดเจนว่าในปี 2018 ชินจิดูไม่พอใจต่อโลก และทำตัวต่อต้านสังคม เนื่องจากไม่มีครอบครัว หรือ เพื่อนฝูง เขาก็รู้สึกขมขื่นและมีเพียงปฏิสัมพันธ์รอบตัวเขา นั่นคือเพื่อนบ้านเท่านั้น ในที่สุด มันก็กลายเป็นความรุนแรง

ปลายปี 2018 หลังจากที่เรื่องราวของเขาถูกปฏิเสธโดย เกียวโตแอนิเมชั่น ก็ได้มีรายละเอียดใหม่ในชีวิตของเขา ซึ่งจะทำให้เขาไปสู่เส้นทางที่มืดมนที่สุด 

เขาอยู่ในบ้านของเขาในเย็นวันหนึ่ง เพื่อดูอะนิเมะหลายเรื่อง และ รวมถึง อะนิเมะที่สร้างโดย เกียวโตแอนิเมชั่น แม้ว่าเขาจะที่หลงผิดและรู้สึกโดดเดี่ยว แต่สิ่งที่เขาเพิ่งดูนั้นดูคุ้นเคยเกินไป จริงๆแล้วมันเป็น เรื่องราวของเขา เรื่องราวที่เขาส่งเข้าประกวดเมื่อปีที่แล้ว เกียวโตแอนิเมชั่น พวกเขาขโมยมาจากเขา ชินจิ โกรธจัด เกี่ยวกับ สิ่งที่เขากำลังจะได้ยินเกี่ยวกับมัน

ในช่วงเวลาเดียวกันในเดือนตุลาคม พนักงานแตกตื่น เนื่องจากในเช้าวันหนึ่ง บริษัท ได้รับอีเมล ขู่ฆ่ามากกว่า 200 รายการ และส่งไปยังพนักงานแผนกต่างๆ ทั่วทั้งบริษัท ผู้ส่งใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่ระบุชื่อเพื่อปกปิดตัวตน 

ตำรวจได้รับการติดต่อแล้ว แต่เนื่องจากเรื่องอีเมลเหล่านี้ ถูกตัดออกไป เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ส่งเป็นใคร บางทีเราอาจเดาได้ ทั้งนี้ ตำรวจได้ลาดตระเวนรอบอาคารแทน 

ความโกรธของ ชินจิ

ในปีต่อมา วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2019 เก้าเดือนผ่านไป แต่ชีวิตของชินจิ ก็ยังเหมือนเดิม 

มันเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ มัตสึโมโตะ อายุ 27 ปี วิศวกรควบคุมคุณภาพ กำลังเพลิดเพลินกับวันหยุดสุดสัปดาห์บนโซฟา มัตสึโมโตะ หรือ มัตสึ และ ชินจิ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนบ้านกัน ในส่วนของชั้นบน กำลังประกอบเฟอร์นิเจอร์กัน ชินจิ คิดว่าเป็น เสียงดังมาจากห้องของ มัตสึ ทั้งสองมักจะบ่น และมีปัญหากันตลอด เกี่ยวกับเสียงที่ดังนี้

ชินจิ เริ่มกระแทกผนังที่ใช้ร่วมกัน ระหว่างอพาร์ตเมนต์ของเขากับมัตสึ มัตสึเดินไปที่ประตูหน้าห้อง ของชินจิเพื่อบอกเขาว่า เสียงนั่นไม่ใช่เขาทำ 

ชินจิ เปิดประตูหน้าบ้าน และคว้าเสื้อมัตสึ ก่อนจะตะโกนใส่เขาว่า แกเสียงดังเกินไป หุบปาก ฉันจะฆ่าแก ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ในที่สุด เขาก็ปล่อย มัตสึ แต่มัทสึที่กลัวเกินกว่าจะอยู่บ้าน ก็เดินไปแจ้งความที่โรงพัก 

ดังนั้น ตำรวจจึงไปที่บ้านของชินจิ เพื่อที่จะเผชิญหน้ากับเขา แต่เขาก็ไปแล้วและไปที่ไหนก็ไม่มีใครเดาได้

วันรุ่งขึ้น ชินจิขึ้นรถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น ไปโตเกียว และเช็คอินที่โรงแรมใจกลางเมือง และเช้าวันถัดมา วันที่ 16 ก.ค. ชินจิ เดินทางไปเกียวโต กล้องวงจรปิด จับภาพตามจุดต่างๆ ที่เขาไปไว้ได้ตลอดทาง เขาไปร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ทางใต้ของสถานีเกียวโต และคืนนั้น เขาพักในโรงแรมใกล้เคียงอีกแห่งหนึ่ง

ในวันพุธที่ 17 ก.ค. ชินจิ ยังคงใส่กางเกงยีนส์ และเสื้อยืดสีแดงตัวเดิม ที่เขาใส่ตลอดสามวันที่ผ่านมา ชินจิเดินเข้าไปในร้านฮาร์ดแวร์ และซื้อรถเข็นเหล็ก จากนั้น เขาก็เข็นรถเข็นไปทางเหนือหกไมล์ ( ประมาณ 10 กิโลเมตร ) ก่อนแวะปั๊มน้ำมัน และซื้อน้ำมันเบนซิน 10 แกลลอน

ชินจิ เข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยน้ำมัน ไปตามแม่น้ำโอจิ มุ่งหน้าไปยัง สตูดิโอของเกียวโตแอนิเมชั่น เขาจะแวะพักที่โรงแรมตอนกลางคืน และแผนงานที่เตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้นั้น  ไม่มีอะไรที่จะสามารถบรรยายถึงความชั่วร้ายนี้ได้

Kyoto Anime Studio Massacre

ในวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2019 ชินจิ มาถึง เกียวโตแอนิเมชั่นสตูดิโอ พร้อมน้ำมันเต็มถัง เวลา 10.31 น. และพนักงานประมาณ 70 คน กำลังทำงานอยู่ เมื่อชินจิผลักประตูหน้าอาคาร เขาล้มถังน้ำมันหนึ่งถัง จากนั้น สะบัดไฟแช็กแล้ว ตะโกนว่า แกจะตายภายใน 10 วินาที หลังจากจุดไฟ ถังน้ำมันระเบิดขึ้น และทำให้ชั้นแรกของอาคารสว่างไสวไปหมด 

Kyoto Anime Studio Massacre การ สังหารหมู่
http://www.asahi.com/ajw/articles/14024516

และภายในเวลาอีก 10 วินาที ชั้นสองก็ลุกโชนเต็มที่เช่นกัน หน้าต่างบนชั้นสาม ก็ถูกทำลายภายในนาทีแรกของการระเบิด ควันดำไหลออกจากหน้าต่าง และประตูทุกบานที่เปิดอยู่ และพบว่าชินจิ ยังมีชีวิตอยู่ เขาถูกไฟไหม้ เขาวิ่งออกจากอาคารก่อนที่จะทรุดตัวลงในถนนใกล้ ๆ ที่ผู้คนผ่านไปมา โดยยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เขาได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วสำหรับอาการบาดเจ็บ

Nippon TV News 24 Japan: https://youtu.be/wVs3LKQGC1Y

เขาจะฟื้นคืนสติอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เขาลุกขึ้นได้ เขายืนและพยายามวิ่งหนี แต่คนสองคนจาก เกียวโตแอนิเมชั่นสตูดิโอ จำเขาได้ พวกเขาไล่ตามเขาแล้วทุบตีเขาลงไปที่พื้น 

นั่นคือตอนที่ตำรวจเข้ามาถึง และพวกเขาก็สอบถามเรื่องราว และตอนนี้ก็รู้ว่าเขาเป็นใคร ตำรววจ ถามเขาว่าทำไมเขาถึงทำ ชินจิตะโกนว่า เกียวโตแอนิเมชั่นสตูดิโอลอกงานของเขา และขอคุยกับประธานบริษัท

นักผจญเพลิง ไปถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว แต่ชะตากรรมของผู้คนภายใน จำนวนครึ่งหนึ่ง ได้รับการพิจารณาแล้วว่ายังคงอยู่ด้านใน และไฟจะยังคงลุกไหม้ต่อไป อย่างไร้ความปราณีเป็นเวลาห้าชั่วโมง จากนั้น นักกู้ภัยก็พบร่างของพนักงานทั้ง 33 คนที่เสียชีวิต 

ในเย็นวันนั้น มีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิต 3 คนในชั้นแรก 11 คนบนชั้นสองและ 19 คนบนบันไดเวียนขึ้นไปบนหลังคา ที่ซึ่งประตูไม่สามารถเปิดจากภายในได้ และมีอีกนับสิบคนที่ยังคงรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ แต่โชคร้ายในสัปดาห์ถัดมา อีกสามคน ได้เสียชีวิตลง จากบาดแผลที่เกิดขึ้น 

ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตรวม เป็น 36 คน ผู้คนที่ญี่ปุ่นตกตะลึง ภายหลังที่ทราบข่าวการโจมตี อันเลวร้ายนี้

เมื่อข่าวไฟไหม้นี้ กลายเป็นความชั่วร้ายที่ไม่อาจให้อภัย ผู้คนทั่วโลก และชุมชนอนิเมะ ต่างก็มองด้วยความโกรธและสิ้นหวัง ชินจิ จะกลายเป็นผู้กระทำการสังหารหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

ผลที่ตามมา 

ตำรวจพบว่าจริง ๆ แล้วเขามีแผนสำรอง พวกเขาพบมีด ที่ไม่ได้ใช้หกเล่มในตัวของเขา ที่อาจจะใช้หากแผนการลอบวางเพลิง ของเขาล้มเหลว

ทั้งๆ ที่ พยานหลายคน แจ้งว่า ชินจิเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก มีด 6 เล่มที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งพบในตัวเขา และภาพจากกล้องวงจรปิด ก็พบเขาตามสถานที่ต่างๆ ด้วยรถเข็นที่เต็มไปด้วยน้ำมัน แต่ตำรวจเกียวโต ไม่สามารถจับกุมชายผู้ถูกไฟคลอก อย่างรุนแรงทั่วร่างกายได้อย่างเป็นทางการในตอนนี้ และถึงแม้ตำรวจจะมีหมายจับ พวกเขาก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ จนกว่าการตรวจร่างกายจะรับรองได้ว่าเขาจะ หายดีและสามารถเอาตัวรอดในสถานกักกันได้

ชินจิ ได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่อีกครั้ง เมื่อวัน กลายเป็นสัปดาห์ เขายังคงหมดสติหลังจากการโจมตี และน่าประหลาดใจ ชินจิ รอดชีวิตจากอาการบาดเจ็บและรู้สึกตัวขึ้นมา ในเดือนกันยายน 2019

แพทย์ ได้ออกมารับรองว่า ไม่มีอาการใด ที่อันตรายถึงชีวิตอีกต่อไป แต่เนื่องจากขาดผิวหนังมนุษย์ให้ปลูกถ่าย และการบริจาคอวัยวะจะหายากในญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจที่จะให้ความสำคัญกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในการรับปลูกถ่ายผิวหนัง จากผู้ที่ผู้บริจาค ก่อนชินจิ แต่เหยื่อไม่สามารถทนต่อพิษบาดแผลได้ ดังนั้น ชินจิ จึงกลายเป็นบุคคลแรกในญี่ปุ่นที่ได้รับการปลูกถ่ายผิวหนังเทียมโดยสมบูรณ์

ในที่สุดตำรวจ ก็สามารถเริ่มสอบปากคำ ชินจิได้ ในเดือนกันยายน 2019 และในตอนนั้นเอง ที่เขายืนยันอีกครั้งว่าใช่ เขาเป็นผู้ลอบวางเพลิงเพื่อโจมตี สตูดิโอของเกียวโตแอนิเมชั่น 

จากนั้นเขาก็พูดต่อไปว่า เขาไม่พอใจ สตูดิโอของเกียวโตแอนิเมชั่น เขาคิดว่าถ้า ราดน้ำมันเบนซินไปรอบๆ อาคารในและจุดไฟ เขาจะฆ่าผู้คนได้มากขึ้น ดังนั้นเขาจึงทำอย่างนั้น 

ในเดือนพฤษภาคม 2020 ชินจิ ได้รับการประกาศว่ามีสภาพร่างการที่แข็งแรงพอสำหรับการจับกุม เป็นเวลา 10 เดือน หลังจากการโจมตี ในเวลานี้แม้ว่า ผู้คนทั่วโลกจะเป็นกังวลกับการเกิดโรคระบาด COVID-19 ทำให้เรื่องราวของชินจิ ไม่ได้รับความสนใจจากนานาชาติมากนัก อย่างไรก็ตาม เขาก็ถูกจับกุมอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2020

และในเดือนธันวาคม 2020 เขาถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ ชินจิ ชายวัย 42 ปี มีความผิดอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่เขาได้ยืนยัน เหตุผลที่ทำให้เขาโกรธ คือ เขารู้สึกว่า สตูดิโอของเกียวโตแอนิเมชั่น ได้ขโมยความคิดของเขาไป 

พวกเขาใช้มัน ในอะนิเมะ โดยไม่ให้เครดิตหรือชดเชยให้ชินจิ เขาบอกว่าสิ่งที่ เกียวโตแอนิเมชั่น คัดลอกมา คือ ฉากใน ซูรินาเมที่ตัวละครหลักได้ลดราคาเนื้อ 

ตามรายงาน ฉากนั้นเป็นภาพทั่วไป และเกียวโตแอนิเมชั่น พวกเขาปฏิเสธการลอกเลียนแบบสิ่งใดๆ จากชายคนนั้น หลังจากการสังหารหมู่ สตูดิโอของเกียวโตแอนิเมชั่น ระบุว่าพวกเขาไม่ได้ นำรายละเอียดใดจากการประกวด ของชินจิ มาใช้เลย 

แต่ในระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน พวกเขาพบว่า นวนิยายของ ชินจิ ถูกปฏิเสธในการตัดสินรอบแรกและถูกยกเลิกไปจากการรับรู้ของบริษัท

หนึ่งปีครึ่งหลังจากการ สังหารหมู่ การประเมินทางจิตวิทยาในช่วง 6 เดือน เกี่ยวกับสุขภาพจิตของชินจิ ได้สิ้นสุดลงแล้ว และสรุปได้ว่า ชินจิ เขารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เวลาจุดไฟ เขามีจิตใจที่เป็นปกติสมบรูณ์แบบ 

และนี่จึง ทำให้ ชินจิ ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และญี่ปุ่นสามารถยอมรับ โทษประหารชีวิต ได้ในบางสถานการณ์ และนี่คือการ สังหารหมู่ ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 70 ปี

มันดูไม่ดีนักสำหรับ ชินจิ เกียวโตแอนิเมชั่น ยังบอกด้วยว่า พวกเขาคาดหวังว่า ชินจิ จะถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดภายใต้กฎหมายของญี่ปุ่น 

นี่คือ คดีของ ชินจิ และแม้ว่าเขาจะถูกตั้งข้อหาและขณะนี้เขาอยู่ในคุกเพื่อรอพิจารณาคดี ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ในปลายปี 2021 หรืออาจเป็นปี 2022 

หลังจากการสูญเสียชีวิตอันน่าสลดใจ โลกได้เอื้อมมือไปช่วย เกียวโตแอนิเมชั่น บริษัทได้จัดตั้งบัญชีการบริจาค เพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประสบภัยที่รอดตายและครอบครัวของผู้สูญเสีย 

บัญชีธนาคารจะมีมูลค่ามากกว่า 3 พันล้านเยนหรือ 30 ล้านดอลลาร์ และในที่สุดทั้งหมดนี้ ก็ถูกนำไปช่วยผู้ประสบภัยดังที่ตั้งใจไว้ แฟนๆ ได้ตั้ง gofundme ขึ้นมา เพื่อช่วยนำ เกียวโตแอนิเมชั่น และสตูดิโอของเขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง

และในเดือนธันวาคม 2019 กว่า 2.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ถูกส่งไปถึง เกียวโตแอนิเมชั่น เพื่อสร้างการผลิตขึ้นมาใหม่ ตอนนี้ในบริเวณที่เกิดเหตุ ตึกนั้นได้ถูกทำลายลง

ฮิเดยากิ ฮาตะ ( Hideyaki Hata ) ประธานบริษัท เกียวโตแอนิเมชั่น กล่าวว่า เขากำลังพิจารณาที่จะแทนที่อาคารด้วยสวนสาธารณะสีเขียวและอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงผู้ที่สูญเสีย

ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ ที่เหลือจากการโจมตียังคงอยู่ในบริษัท และปฏิเสธที่จะลาออก สำหรับพวกเขาส่วนใหญ่ พวกเขาตระหนักดีว่าความเป็นจริงอันโหดร้าย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัท และทางเดียวที่พวกเขาจะรู้สึกใกล้ชิด กับเพื่อนร่วมงานที่สูญเสียไป คือ ต้องเดินหน้าต่อไป 

ญี่ปุ่น ได้เริ่มใช้มาตรการป้องกันในการขายน้ำมัน โดยจำกัดจำนวนคนที่จะซื้อ ได้ในคราวเดียว 

และตั้งแต่ปี 2019 มาตรการป้องกันอัคคีภัย ในอาคารก็ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน และถึงแม้ว่าเราจะยังไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ ชินจิ เราก็รู้ว่าเขาไม่ได้หยุดการเดินหน้าต่อไป ของเกียวโตแอนิเมชั่นเลย 

แน่นอนว่า สตูดิโอยังมีบาดแผลอยู่ แต่เราหวังให้กลับมาแข็งแรงขึ้นจากเหตุการณ์นั้น และเป็นสถานที่ให้เกียรติและระลึกถึงเหยื่อตลอดไป

ผู้เขียนหวังว่าทุก นาทีที่เหลืออยู่ในชีวิตของชินจิ จะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเสียใจ

แม้จะนานสักเพียงใดก็ตาม

Kyoto Anime Studio Massacre การ สังหารหมู่
https://news.sky.com

ที่มา:

  • https://news.sky.com
  • https://www.nytimes.com
  • Nippon TV News 24 Japan
  • http://www.asahi.com
  • https://mainichi.jp
  • https://warosu.org/
  • https://www.hollywoodreporter.com
  • Coffeehouse Crime

Kyoto-Anime-Studio-Massacre
Kyoto-Anime-Studio-Massacre

Shared: