คดีฆาตกรรมคิตตี้ คดีสะเทือนขวัญเกาะฮ่องกง “Hello Kitty Murder”

คดีฆาตกรรมคิตตี้
Shared:

ในปี 1999 ได้เกิดคดีฆาตกรรมในชื่อที่เรารู้จักกันว่า Hello Kitty Murder คดีฆาตกรรมคิตตี้ หรือการฆ่าตัดหัวยัดใส่ตุ้กตาคิตตี้นั่นเอง

คดีนี้เป็นคดีที่เกิดขึ้นในปี 1999 ที่เกาะฮ่องกง ในสมัยก่อนเกาะฮ่องกงจะได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่ปลอดภัยมาก ปราศจากโจรขโมยและอาชญากรรมต่างๆ จากสถิติระบุว่า ใน 100,000 คน จะมีเพียง 1 คนเท่านั้น ที่จะถูกฆาตกรรมหรือเกิดคดีฆาตกรรมขึ้น

คดีฆาตกรรมคิตตี้1
ที่มา: https://www.macrotrends.net/countries/HKG/hong-kong/murder-homicide-rate

หลังจากเกิดคดีนี้ขึ้นมา ผู้คนพากันหวาดกลัวกันอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม อัตราการเกิดคดีฆาตกรรมในฮ่องกง จากอดีต – ปัจจุบัน ก็ลดลงมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.65% เท่านั้น

ในคืนวันหนึ่งในย่านจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) ได้มีเด็กสาว วัย 14 ปี วิ่งมาขอความช่วยเหลือจากตำรวจที่ประจำป้อมอยู่ ซึ่งเด็กสาวบอกกับตำรวจว่า เธอถูกผีหลอก เธอเล่ารายละเอียดให้ตำรวจฟังว่า เธอเห็นวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่ง อายุประมาณ 20 ปี มีเลือดเต็มร่างกาย หน้าตาบิดเบี้ยว มีน้ำเหลืองไหล วิญญาณของหญิงคนนี้มาหาเด็กสาวทุกคืน ขอให้ตำรวจช่วยด้วย

ตำรวจได้ทำการซักถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากเด็กสาว จนได้ความว่าอันที่จริงแล้ว เธอรู้จักกับวิญญาณของหญิงคนนี้ เพราะว่าตัวเธอและกลุ่มของเธอเป็นคนฆาตกรรมเธอเอง นี่คือจุดเริ่มต้นของ คดีฆาตกรรมคิตตี้นี้

คดีฆาตกรรมคิตตี้2

2 เดือนก่อนหน้านี้ หญิงสาวโชคร้ายที่ถูกฆาตกรรมคนนี้ มีชื่อว่า ฟาน มัน-ยี (Fan Man-Yee) ตอนนั้นเธอมีอายุ 23 ปี พ่อแม่ทิ้งเธอตั้งแต่ยังเล็ก เธออาศัยอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าจนถึงอายุ 16 ปี จากนั้นเธอจึงออกมาทำงาน หาเงินจากการลักเล็กขโมยน้อย และก็ค้าประเวณี ทำงานในไนท์คลับ เธอหาเลี้ยงชีวิตแบบนี้ตลอด

จนตอนนี้เธออายุ 23 ปี และก็ยังคงค้าประเวณี ขายตัว และติดยาอีกด้วย เธอมีลูก 1 คน อายุ 2 ขวบ ซึ่งเธอเข้าใจว่าเป็นลูกของเธอกับแขกสักคนนึง แต่เธอไม่รู้ว่าคนไหน

ฟาน มัน-ยี เธอทำงานในไนท์คลับแห่งหนึ่ง ที่มีเจ้าพ่อหรือมาเฟียคุมอยู่ และตัวเจ้าพ่อก็จะมีลูกน้องหลายกลุ่มหลายสาขา ก็จะให้มาใช้บริการที่คลับแห่งนี้ 

ทาง ฟาน มัน-ยี เธอจะมีลูกค้าประจำอยู่ 1 คน คือ นายชาน มัน ล๊ก (Chan Man-Lok) อายุ 34 ปี ทั้งสองจะมาเจอกันและใช้บริการกันอยู่บ่อยๆ 

จนมีอยู่วันหนึ่ง ฟาน มัน-ยี เธอได้ขโมยเงินในกระเป๋าตังของ นายชาน มัน ล๊ก ซึ่งมูลค่าประมาณ 4,000 HKD (ปัจจุบันเป็นเงินประมาณ 16,156 บาท) แต่หลังจากนั้นไม่นาน นายชาน มัน ล๊ก จับได้ จึงกลับมาหา ฟาน มัน-ยี บอกว่าเธอต้องชดใช้

และการชดใช้นั้น นายชาน มัน ล๊ก ไม่ได้ให้เธอชดใช้เพียงแค่ 4,000 HKD เท่านั้น เขายังคิดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 10,000 HKD (ประมาณ 40,392 บาท) เนื่องจากเธอไม่เคารพเขา และขู่เธอหากเธอไม่สามารถนำเงินทั้งหมดมาให้เขาได้ 

ฟาน มัน-ยี พยายามหาเงินมาคืน นายชาน มัน ล๊ก จำนวน 4,000 HKD ได้ และเขาถามแล้วอีก 10,000 HKD ที่เหลือละ เธอตอบว่าจะพยายามหามาคืนให้ แต่มันต้องใช้เวลา เขาไม่พอใจที่เธอหาเงินมาคืนไม่ครบ และคิดว่าคงไม่มีทางที่จะได้เงินจำนวนนี้คืน 

ดังนั้น จึงวางแผนที่จะลักพาตัวเพื่อจะเอาเธอมาปรนเปรอเขา และเรียกเพื่อนๆมาใช้บริการ และคิดค่าบริการ เพื่อให้คุ้มกับเงินที่เสียไป นายชาน มัน ล๊ก จึงโทรหาเพื่อนอีก 2 คน คือ นายเหลียง ชิง โช (Leung Shing-cho) อายุ 27 ปี และ นาย เหลียง ไว ลุน (Leung Wai-lun) อายุ 21 ปี และยังมีเด็กสาวคนที่วิ่งไปแจ้งความ วัย 14 ปีอีกหนึ่งคน ซึ่งเธอเป็นแฟนของ นายชาน มัน ล๊ก นั่นเอง

คดีฆาตกรรมคิตตี้4
ที่มา: Elenor Neale Channel

พวกเขาได้ลงมือในวันที่ 17 มีนาคม 1999 กลุ่มชายทั้ง 3 คน ได้ไปดักรอ ฟาน มัน-ยี ที่ไนท์คลับที่เธอทำงานอยู่ และได้พาเธอไปที่อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง ในถนน จิมซาจุ่ย ถนนแกรนด์วิว 

คดีฆาตกรรมคิตตี้5
สภาพห้องหลังเกิดเหตุ ที่มา: https://bit.ly/3woUIBR

ซึ่งอพาร์ทเมนต์แห่งนี้ ห้องที่เค้าอยู่ภายในห้องตกแต่งไปด้วยลายคิตตี้ ไม่ว่าจะผ้าม่านลายคิตตี้ และยังมีตุ๊กตาคิตตี้ด้วย และหลังจากพาตัว ฟาน มัน-ยี มาแล้วในคืนนั้น กลุ่มชายทั้ง 3 คน ก็สลับกันข่มขืนเธอจนถึงเช้า 

หลังจากนั้น วันที่2 วันที่3 วันที่4 วันที่5 วันต่อๆมา ก็ยังทำการข่มขืนเธอเหมือนเดิมทุกวัน และหลังจากข่มขืน กลุ่มชาย 3 คนนี้เริ่มรู้สึกว่าจะไม่ค่อยพอใจ เริ่มใช้กำลัง เริ่มอกกอาการซาดิสม์ โดยการชก ต่อย กระทืบ และเตะเธอ 

ตอนแรกของการใช้กำลังยังคงเป็นการใช้มือปล่าว แต่พอนานเข้าก็เริ่มรู้สึกไม่สะใจ จึงเริ่มใช้อุปกรณ์ต่างๆ อย่างเช่น นำดัมเบลล์มาทุบเธอ และยังมีอุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ เอามาใช้ทรมานเธอ ทำแบบนี้เรื่อยๆ โดยที่เด็กสาวอายุ 14 ปีที่เป็นแฟนสาวของ นายชาน มัน ล๊ก ก็ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เธอจึงสามารถเล่าให้ตำรวจฟังได้

การทรมานดำเนินไป และเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการนำพลาสติกไปเผาไฟ และนำพลาสติกที่กำลังหลอมละลายนั้น มาสะบัดใส่ตัว ฟาน มัน-ยี แล้วยังนำน้ำตาเทียนมาสะบัดใส่เธอ ที่หนักมากคือนำไฟไปเผาบริเวณส้นเท้าของเธอ เพื่อที่เธอจะไม่สามารถยืนหรือเดินไปไหนได้ เธอมีแผลพุพองเต็มตัว ชายทั้ง 3 ก็ได้นำพริก เกลือ น้ำมะนาว มาราดลงบนตัวเธอให้มีอาการแสบมากขึ้น 

นอกจากนั้น ยังมีการทรมานขั้นสูงสุด คือการที่ไม่ให้ ฟาน มัน-ยี กินข้าวกินน้ำ แต่กลับกันบังคับให้เธอกินอุจจาระและปัสสาวะของตัวเองแทน และหาก ฟาน มัน-ยี ไม่ทำ ชาย 3 คนนั้นก็จะทรมานเธอ ชก ทุบ จนกว่าเธอจะแสดงสีหน้าพอใจ แสดงสีหน้าว่ามันอร่อย ให้พวกเขาเห็น

การทรมานก็ดำเนินไปจนเข้าวันที่ 20 ชายทั้ง 3 ก็เริ่มคิดอะไรใหม่ๆ ในการทรมาน โดยการจับแขน ฟาน มัน-ยี แขวนไว้บนเพดาน ตอนนี้เธอดูเหมือนกระสอบทรายมนุษย์สำหรับพวกเขาเลยก็ว่าได้ พวกเขา ชก ต่อย บางครั้งก็แขวนเธอไว้แบบนั้น ข้ามวันข้ามคืน ฟาน มัน-ยี จำต้องยอมให้ทำเพราะไม่มีเรี่ยวแรงใดๆที่จะสู้ได้

จนในที่สุด การทรมานมาถึงวันที่ 28 วันนั้นคือวันที่ 15 เมษายน 1999 ชายทั้ง 3 และเด็กหญิงได้คุยกันว่าจะออกไปหาวัสดุใหม่ๆเข้ามา เพื่อใช้ทรมาน ฟาน มัน-ยี ก็เลยปิดห้อง และขัง ฟาน มัน-ยี ไว้ในห้องน้ำ และพวกเขาทั้งหมดก็ออกไป 

หลังจากนั้น 2 ชั่วโมง ทั้งหมดก็กลับมา เด็กสาวอายุ 14 ปีได้ไปเปิดห้องน้ำ ที่ที่ขัง ฟาน มัน-ยี ไว้และพบว่าเธอได้เสียชีวิตลงไปแล้ว โดยสภาพหน้าบวมช้ำ น้ำหนองไหลออกมา เขียว และหมดลมหายใจ เธอรีบไปบอกชายทั้ง 3 คน ทั้งหมดกำลังตกใจกลัว เนื่องจากไม่คิดว่าจะเสียชีวิต เพราะไม่ได้กะจะฆ่าให้ตาย แค่อยากจะทรมานสนุกๆเท่านั้น 

ทั้งหมดกลัวที่จะต้องติดคุก จึงคิดพยายามคิดแผนขึ้นมาว่าจะทำอย่างไรดี ?

และก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ตำรวจคงไม่มาตามหาหญิงที่ค้าประเวณี ขายบริการ ญาติพี่น้องก็ไม่มี แถมยังติดยาอีก คงจะไม่มีใครตามหา เราแค่ทำลายศพก็น่าจะเพียงพอ

ทั้งหมดก็เลยสับร่างของ ฟาน มัน-ยี ออกเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ และแยกกระดูกแยกหนังและเนื้อออกมา เนื้อของเธอ พวกเขาได้นำไปต้มในหม้อและนำไปทิ้งตามส่วนต่างๆของเมือง ให้ตำรวจไม่สามารถไปรวบรวมได้

คดีฆาตกรรม7

ประเด็นปัญหาคือ ส่วนหัวของ ฟาน มัน-ยี ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำลายยังไง จน 1 ใน 3 ชายออกความคิดเห็นว่า ก็เอาหัวไปใส่ในตุ้กตาคิตตี้สิ โดยเอาฟูกเอานุ่นในตุ้กตาออกมา และเอาหัวของฟาน มัน-ยี ยัดเข้าไปแทน นี่จึงเป็นที่มาของชื่อในคดีนี้ Hello Kitty Murder หรือในชื่อไทยคือ คดีฆาตกรรมคิตตี้ นั่นเอง

หลังจากนั้น ชายทั้ง 3 คนและเด็กสาว ก็ใช้ชีวิตปกติมาเรื่อยๆ ตำรวจก็ไม่ได้ตามหา และก็ไม่มีใครสนใจด้วย

แต่สุดท้าย เด็กสาว อายุ 14 ปีเธอทนไม่ไหว เธอต้องโดนวิญญาณ ฟาน มัน-ยี หลอกหลอนมาเป็นเวลา 1 เดือน จนทำให้เดือนพฤษภาคม เธอทนไม่ไหวจริงๆ จึงต้องไปแจ้งความกับตำรวจให้ช่วย

หลังจากนั้น ตำรวจก็มาสืนสวนสอบสวนที่อพาร์ทเมนต์แห่งนี้ และตรวจสอบที่ตุ้กตาคิตตี้ และพบว่าในตุ้กตามีหัวของ ฟาน มัน-ยี อยู่ในนั้นจริงๆ และยังมีเศษเนื้ออยู่ด้วย

คดีฆาตกรรมคิตตี้
ที่มา: https://bit.ly/3yxCm3g

ตำรวจได้ไปจับกุมชายทั้ง 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คนไม่รับสารภาพ เค้าบอกว่าไม่ได้ทารุณกรรม ไม่ได้ทรมาน ไม่ได้ลักพาตัว ไม่ได้ฆาตกรรมด้วย บอกเพียงแค่ว่า ฟาน มัน-ยี เป็นโสเภณีที่ติดยา ชอบพี้ยา เลยชวนมาเสพยาที่ห้องเท่านั้น แต่เธอเสพยาเกินขนาดจนทำให้เธอเสียชีวิต พวกเค้าจึงแค่กำจัดศพเท่านั้น

หลังจากนั้น ทางตำรวจได้ส่งเรื่องไปทางศาล ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีโทษประหารชีวิตในฮ่องกง แต่ในจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงมีการประหารชีวิตและดำเนินการอย่างรวดเร็ว ศาลจึงพิจารณาในคดีนี้ หากผู้ต้องหาไม่สารภาพแต่มีส่วนในการอำพรางคดี ทำลายศพ ทำลายชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะเป็นฆาตกรได้ จึงได้ตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต แต่สามารถจะออกมาได้หากครบ 20 ปีก่อน

ไม่ต้องจำคุกตลอดชีวิตก็ได้ หากทำตัวดี 20 ปีก็ได้ออกจากคุก ซึ่งจะโดนปล่อยออกมาใน ปี 2019 นี้

UPDATED:
ในส่วนของอพาร์ทเมนต์ได้โดนทำลายลงในปี 2016


ที่มา:


คดีฆาตกรรมคิตตี้
คดีฆาตกรรมคิตตี้

Shared: