คดี ฆาตกรรม สีเลือดในวันวาเลนไทน์ : Bloody Valentine

Bloody Valentine คดี ฆาตกรรม สีเลือดในวันวาเลนไทน์
Shared:

คดี ฆาตกรรม สีเลือดในวันวาเลนไทน์ หรือ Bloody Valentine นี้ เรื่องราวได้เริ่มต้นขึ้น จากการที่ สตีฟ ฮริคโก ( Steve Hricko ) และ ไมค์ มิลเลอร์ ( Mike Miller ) เป็นเพื่อนรัก กันมาตั้งแต่เกรดเจ็ด ( มัธยมศึกษาปีที่ 1 ) พวกเขาเข้าเรียน ที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐเพนซิลวาเนียด้วยกัน ทำงานในสายอาชีพเดียวกัน และแต่งงานกับผู้หญิงสองคนที่เป็นเพื่อนรักกัน

สตีฟ และ ไมค์ ตั้งหน้าตั้งตารอ ที่จะได้เป็นส่วนหนึ่ง ในแต่ละเหตุการณ์สำคัญของแต่ละฝ่าย ตั้งแต่วันครบรอบแต่งงาน 25 ปี จนถึงการที่ได้เห็นลูกๆ เป็นฝั่งเป็นฝา ไปจนถึง การเป็นปู่ย่าตายายเป็นครั้งแรก

คดี ฆาตกรรม Stephen and Kimberly Hricko - Blogalore.com
Stephen and Kimberly Hricko ที่มา: https://www.nydailynews.com

คดี ฆาตกรรม สีเลือดในวันวาเลนไทน์ หรือ Bloody Valentine นี้ เรื่องราวได้เริ่มต้นขึ้น จากการที่ สตีฟ ฮริคโก ( Steve Hricko ) และ ไมค์ มิลเลอร์ ( Mike Miller ) เป็นเพื่อนรัก กันมาตั้งแต่เกรดเจ็ด ( มัธยมศึกษาปีที่ 1 ) พวกเขาเข้าเรียน ที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐเพนซิลวาเนียด้วยกัน ทำงานในสายอาชีพเดียวกัน และแต่งงานกับผู้หญิงสองคนที่เป็นเพื่อนรักกัน

สตีฟ และ ไมค์ ตั้งหน้าตั้งตารอ ที่จะได้เป็นส่วนหนึ่ง ในแต่ละเหตุการณ์สำคัญของแต่ละฝ่าย ตั้งแต่วันครบรอบแต่งงาน 25 ปี จนถึงการที่ได้เห็นลูกๆ เป็นฝั่งเป็นฝา ไปจนถึง การเป็นปู่ย่าตายายเป็นครั้งแรก

แต่น่าเสียดาย… ที่ชีวิตไม่ได้เป็นไปตามแผนเสมอไป

ความเป็นมาของครอบครัวมิลเลอร์ และ ครอบครัวฮริคโก

คดี ฆาตกรรม Stephen and Kimberly Hricko - Blogalore.com
Stephen and Kimberly Hricko ที่มา: https://m.imdb.com

ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 มัวรีน ( Maureen ) ภรรยาในอนาคตของ ไมค์ ได้รู้จักกับผู้หญิงชื่อ คิมเบอร์ลี่ ( Kimberly ) พวกเธอ ทำงานเป็นสาวเสิร์ฟด้วยกัน ที่ร้านสเต็กใกล้มหาวิทยาลัย และพวกเธอถูกชะตากันในทันที

คิมเบอร์ลี่ เป็นคนชอบเข้าสังคม กับกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหญ่ ซึ่งดูเหมือนจะเข้ากันได้ดีกับ สตีฟ ที่ชอบอยู่กับเพื่อนเป็นกลุ่ม เช่นกัน

ครอบครัวมิลเลอร์ ได้เล่นกามเทพ และจัดคู่เดทขึ้นมา มันเป็นรักแรกพบของสตีฟ และในเดือนมีนาคม ปี 1989 คิมเบอร์ลี่ ได้เปลี่ยนคำนำหน้าเป็นนาง ฮริคโก และอีกหนึ่งปีต่อมา เธอได้ให้กำเนิด แอนนา ( Anna ) ลูกคนแรกและคนเดียวของเธอ

ทั้งคู่ ตั้งรกรากในรัฐแมริแลนด์ ( Maryland ) ซึ่งสตีฟทำงานเป็นผู้ดูแลสนามกอล์ฟ และคิมเบอร์ลี เริ่มงานเป็นช่างเทคนิคในห้องผ่าตัด ที่โรงพยาบาลโฮลี่ครอส ( Holy Cross Hospital )

ครอบครัวมิลเลอร์ และ ครอบครัวฮริคโก ไปทานอาหารเย็น และปิกนิกที่ชายหาด และพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ด้วยกัน มันเป็นทุกอย่างที่ สตีฟและไมค์ เคยต้องการ แต่สำหรับครอบครัวหนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างมันลุกเป็นไฟ และสาเหตุมัน เริ่มต้นจากงานแต่งงาน


ความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ระหว่าง คิมเบอร์ลี่ กับ แบรด

ปลายปี 1997 เจนนิเฟอร์ โกเวน ( Jennifer Gowen ) เพื่อนและเพื่อนร่วมงานของ คิมเบอร์ลี่ ได้ประกาศข่าวดี เกี่ยวกับงานหมั้นของเธอ ในฐานะเพื่อนเจ้าสาว คิมเบอร์ลี่ ได้จัดงานให้กับเพื่อน ว่าที่เจ้าสาว ที่บ้านของเธอเอง ในสัปดาห์วันขอบคุณพระเจ้า และในงานวันนั้น มีแขกคนหนึ่งที่สะดุดตาของเธอทันที เขาคือ แบรด วิงค์เลอร์ ( Brad Winkler ) ลูกพี่ลูกน้องของ เจนนิเฟอร์

แบรด เป็นนายจ่าในนาวิกโยธิน เขาหล่อ อ่อนหวาน และในวัย 23 ปี เขาเป็นรุ่นน้อง คิมเบอร์ลี่ สิบปี เขายังเป็นผู้ชายเพียงคนเดียว ในงานหมั้นของว่าที่เจ้าสาว นอกเหนือจากสตีฟ

แบรดและคิมเบอร์ลี่ ใช้เวลาทั้งคืนคุยกันในมุมส่วนตัว ขณะที่แขกคนอื่นๆ เฉลิมฉลองงานแต่งงานที่กำลังจะมาถึงของเจนนิเฟอร์ ด้วยเกม ขนมปังปิ้ง และของขวัญ ทุกที่ที่คิมเบอร์ลี่ไป แบรดก็จะอยู่ข้างเธอ ตลอดเวลา

สตีฟ อารมณ์เสียอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นแบรด เล่นชู้กับภรรยาในบ้านของเขาเอง แต่คิมเบอร์ลี่ ยืนยันว่าไม่มีอะไรต้องกังวล เธอเพียงแค่ปลอบใจ แบรด เกี่ยวกับการหย่าร้างอันขมขื่นครั้งล่าสุดของเขา เท่านั้น

ผลปรากฏว่า สตีฟคิดถูกที่เป็นกังวล…

สองสามวันต่อมา เจนนิเฟอร์และสามีออกเดินทางฮันนีมูนกัน โดยทิ้งบ้านและลูก ไว้ในความดูแลของแบรด มันเป็นเวลาสองสัปดาห์ ที่ยุ่งสำหรับแบรด ไม่ว่าจะเป็นงานพี่เลี้ยงเด็ก และรวมไปถึงงานบ้าน และแบรดยังคบชู้ กับคิมเบอร์ลี่ บนเตียงของลูกพี่ลูกน้องที่แสนสบายอีกด้วย

Stephen and Kimberly Hricko - Kim & Brad affair - Blogalore.com

เมื่อคู่บ่าวสาว กลับมาจากการเดินทางไปฮันนีมูน ในกลางเดือนธันวาคม คิมเบอร์ลี่ กำลังมีความรัก แต่ไม่ใช่กับสามีของเธอ เธอเล่าให้เพื่อนหลายคนฟัง เรื่องที่เธอมีเรื่องชู้สาวกับแบรด และเขาก็มี สเน่ห์มากกว่าสตีฟ 

เธอบ่นว่าสามีที่แต่งงานมา 9 ปี ไม่เคยพาเธอออกเดท หรือทำให้เธอประหลาดใจ ด้วยดอกไม้หรืออะไรเลย แต่เขากลับนั่งเฉยๆ และไม่ทำอะไรเลย ในขณะที่เธอดูแลบ้าน ดูแลลูกสาวของพวกเขา และทำงานเต็มเวลา

สองสัปดาห์ต่อมา คิมเบอร์ลี่ บอกสตีฟว่า เธอต้องการหย่า ด้วยความเสียใจ เขาร้องไห้และอ้อนวอนขอโอกาสครั้งที่สอง โดยสัญญาว่าเขาจะเปลี่ยนและเป็นผู้ชายที่เธอต้องการ และอยากให้เขาเป็น

สตีฟทำตามคำพูดของเขา เขาพยายามใส่ใจ คิมเบอร์ลี่ให้มากขึ้น ทั้งยังไปหาที่ปรึกษาการแต่งงาน และเขียนจดหมายรักให้ คิมเบอร์ลี่ แบบที่ใครได้เห็นเป็นต้องอิจฉา สตีฟ ได้ให้สิ่งที่เธอขอ กับภรรยาของเขาอย่างครบถ้วน แต่มันกลับผลักไสเธอให้ไกลออกไป….


แผนลอบสังหาร สตีฟ สามีของเธอ

ในวันส่งท้ายปีเก่าปี 1998 คิมเบอร์ลี่ พบกับเพื่อน ชื่อ เทเรซ่า อาร์มสตรอง ( Theresa Armstrong ) ที่ร้านอาหารใกล้ ๆ และระบายความพยายาม ที่สตีฟจะทำให้เธอกลับมารักกับเขาเหมือนเดิมให้เทเรซ่าฟัง คิมเบอร์ลี่ เล่าว่าเขาจะตามเธอไปรอบ ๆ บ้าน เหมือนลูกสุนัขที่น่าเศร้า และความพยายามของเขา ทำให้เธอรู้สึกป่วยทางร่างกาย คิมเบอร์ลี่ บอก เทเรซ่า ว่าเธอรู้สึกหายใจไม่ออก เธออึดอัด แต่การหย่าร้างนั้นไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป ถ้าเธอต้องการจบเรื่องนี้ เธอต้องฆ่าสามีของเธอ

คิมเบอร์ลี่ กลัวว่าถ้าสตีฟ รู้เรื่องชู้สาวของเธอ เขาจะฆ่าตัวตาย และเธอก็จะไม่ได้รับเงิน จากกรมธรรม์ประกันชีวิตมูลค่า 450,000 ดอลลาร์ หรือเขาอาจจะแสวงหาทาง และพยายามทำให้แอนนา ลูกสาวของพวกเขาเป็นศัตรูกับเธอ ทั้งสองเป็นสถานการณ์ที่ คิมเบอร์ลี่ ไม่ยอมเสี่ยง เธอจึงหันไปหา เคน เบอร์เจส ( Ken Burges ) อดีตเพื่อนร่วมงานของเธอ

วันหนึ่ง ขณะทำงานอยู่ในห้องผ่าตัด คิมเบอร์ลี หันไปหาเคนและถามว่า เขารู้จักใครที่สามารถฆ่าสามีของเธอได้หรือไม่ ตอนแรก เคนคิดว่าเธอพูดเล่น แต่เมื่อคิมเบอร์ลี่ เสนอเงินให้เขา 50,000 ดอลลาร์ ( หรือประมาณ 1 ล้าน 5 แสนบาท ) เพื่อรับงานนี้ เคนบอกกับเธอว่า เขาไม่ได้อยากจะมีส่วนร่วมในแผนการของเธอ

Bloody Valentine คดี ฆาตกรรม - Blogalore.com

คิมเบอร์ลี่ บอก เคน ให้ลืมการสนทนานี้ และทำเป็นว่า พวกเขาไม่เคยพูดอะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนั้นเองที่ เคนพูดว่า “ คิมเบอร์ลี่ คุณทำงานในห้องผ่าตัด คุณก็สามารถ ทำให้เขาหลับไปเลยได้ ” 

เธอเกิดมีไอเดียขึ้นมาทันที ส่วนหนึ่ง ของความรับผิดชอบในงานของเธอ ก็คือ การกำจัด หรือทำลาย ยาที่ไม่ได้ใช้ทั้งหมดหลังจากการผ่าตัด ซึ่งจุดนี้ เป็นสิทธิพิเศษ ที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเธอในไม่ช้า

คิมเบอร์ลี่ โทรเรียกเจนนิเฟอร์ และราเชล แมคคอย ( Rachel McCoy ) เพื่อนเก่าวัยเรียน เพื่อนสนิทสองคนของเธอ เธอเล่าให้พวกเขาฟัง ถึงแผนการลอบสังหารสามีของเธอ เธอจะทำให้เขาเป็นอัมพาตด้วย Succinylcholine ( ซึ่งเป็นยาคลายกล้ามเนื้อโครงร่างสำหรับการให้ทางหลอดเลือดดำ (IV) ซึ่งระบุว่าเป็นยาเสริมในการระงับความรู้สึกทั่วไป  ) จากนั้น วางซิการ์ไว้ใกล้ตัว แล้วจุดไฟเผาเพื่อปกปิด หลักฐานทั้งหมด การชันสูตรพลิกศพ จะแสดงให้เห็นว่าเขาเสียชีวิต จากการสูดควันเข้าไป และจะไม่มีใครรู้ความจริง

และหาก คิมเบอร์ลี่ ได้เงิน 450,000 ดอลลาร์มา ( หรือประมาณ 1 ล้าน 5 แสนบาท ) เธอจะพาแอนนาไปอยู่ที่ไกลๆจากที่นี่ กับแบรด รักแท้คนเดียวของเธอ 

เจนนิเฟอร์ และราเชล พยายามเกลี้ยกล่อมคิมเบอร์ลี่ ให้ทำเรื่องการหย่าร้าง น่าจะเป็นความคิดที่ดีกว่ามากและแอนนาก็ต้องการพ่อ แต่ใจของคิมเบอร์ลี่ อยากจะให้จบเรื่องนี้ และอยากกำจัด สตีฟไปเลย เธอบอกว่า สตีฟ ไม่ได้มีชีวิตการแต่งงานที่ปกติกับเธออยู่แล้ว และเขาควรตายไปดีกว่า

ณ จุดนี้ หลายคนทราบถึงแผนการของคิมเบอร์ลีที่จะฆ่าสามีของเธอ แต่ไม่มีผู้ใดเข้ามาแทรกแซง จนกระทั่งมันสายเกินไป….


ฮาเบอร์ทาวน์ รีสอร์ท ( Harbourtowne Resort )

Bloody Valentine คดี ฆาตกรรม - Blogalore.com ฮาเบอร์ทาวน์ รีสอร์ท ( Harbourtowne Resort )
ที่มา: https://www.familyvacationcritic.com/harbourtowne-resort/htl/

ในขณะเดียวกัน สตีฟ ผู้ซึ่งไม่เคยเฉลียวใจ เกี่ยวกับแผนการของภรรยาเลย ได้จองสถานที่พักผ่อนสุดโรแมนติก ในวันวาเลนไทน์ที่ฮาเบอร์ทาวน์ รีสอร์ท ( Harbourtowne Resort ) ในเซนต์ ไมเคิล ( St. Michaels ) ซึ่งทั้งคู่จะได้เพลิดเพลิน กับวันหยุดสุดสัปดาห์ ในห้องชุดกระท่อมที่สวยงาม พร้อมแชมเปญฟรี และมีการแสดงพร้อมอาหารค่ำสุดหรู

ก่อนที่ ครอบครัว ฮริคโก จะออกเดินทาง สตีฟ ได้เขียนไว้ในบันทึกส่วนตัวของเขาว่า:

ชีวิตที่บ้านกำลังดีขึ้น และฉันตั้งตารอวันหยุดสุดสัปดาห์ ในวันวาเลนไทน์ที่ฮาเบอร์ทาวน์ ( Harbortowne )กับคิม วันนี้ เธอโทรมาสองครั้งแล้วพูดว่า “ฉันรักคุณ” โดยที่ ผมไม่ได้พูดก่อน ผมมีความสุขมาก คิมกับผมยังไม่ได้ มีอะไรกันเลย และถึงแม้ผมอยากจะทำ แต่ยังไงผมจะรอตราบเท่าที่มันต้องใช้เวลานานเท่าใด

ผมรักเธอ ผมเชื่อว่าผมรู้ว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร เราแต่งงานกันมา 9 ปีแล้ว แต่ผมรู้สึกเหมือนเราเพิ่งเริ่มคบกันเอง

ขณะที่สตีฟ กำลังเขียนเกี่ยวกับความรัก ที่เขามีต่อภรรยา และความหวัง ที่จะรักษาชีวิตแต่งงานของพวกเขาไว้ด้วยกัน

คิมเบอร์ลี่ กำลังเตรียมของขวัญวาเลนไทน์ให้คนรัก ซึ่งแวะเธอไปส่งที่บ้านเขา ระหว่างที่เขาไปปฎิบัติการภาคสนาม ของขวัญ มาพร้อมกับข้อความที่เขียนว่า:

แบรด,

ฉันอยากจะมอบของขวัญเหล่านี้ ให้คุณด้วยตัวเองจริงๆ แต่ฉันเดาว่า เพนตากอนมีความคิดที่ต่างออกไป ฉันภูมิใจในสิ่งที่คุณทำ ดังนั้นฉันจะคิดถึงคุณต่อไป ขอให้มีความสุขในวันหยุดที่บ้านนะที่รัก ฉันหวังว่าจะได้พบคุณเร็ว ๆ นี้ สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับท่าน ฉันรักคุณมาก ๆ

กอดและจูบ,
คิม


โศกนาฎกรรม ที่เกิดขึ้นในรีสอร์ต

ครอบครัว ฮริคโก มาถึงรีสอร์ทในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 15.00 น. และในเวลา 19.00 น. พวกเขามุ่งหน้าไปยังห้องอาหาร เพื่อชมการแสดงละคร ลึกลับเกี่ยวกับการฆาตกรรม ที่มีชื่อตอนว่า “เจ้าสาวที่ร้องไห้” ( The Bride who Cried ) โดยที่เจ้าบ่าว ถูกวางยาพิษด้วยแชมเปญหนึ่งแก้ว ระหว่างงานต้อนรับแขกที่มางานแต่งงาน

แขกของ ฮาเบอร์ทาวน์ รีสอร์ท ( Harbourtowne Resort ) ไม่ทราบถึงความลึกลับของการฆาตกรรม ที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าขนลุก และเหมือนจริงจนเกินไป 

เมื่อเวลา 01:20 น. คิมเบอร์ลี่ ค่อย ๆ เข้าหากลุ่มคนในล็อบบี้ “ฉันต้องคุยกับคนที่ทำงานที่นี่” เธอกล่าว โดยปราศจากความเร่งรีบใดๆ ผู้หญิงคนหนึ่ง บังเอิญเป็นผู้จัดการรอบกลางคืน เธอชื่อ เอเลน ฟิลิป ( Elaine Phillips ) “ฉันจะช่วยคุณได้อย่างไร?” เธอถาม ตอนนั้นเอง ที่คิมเบอร์ลี่ มองตาเอเลนและพูดอย่างใจเย็นว่า “ฉันคิดว่าห้องของฉันไฟไหม้”

วินาทีอันมีค่าหมดไป เมื่อ คิมเบอร์ลี่ ปฏิเสธที่จะให้หมายเลขห้องของเธอ เอเลน ตรวจสอบบันทึกในระบบอย่างเร่งด่วน และก็พบกับรายละเอียด: HRICKO Suite #506

เธอวิ่งไปที่ห้องสวีท พร้อมกับฟิลิปลูกพี่ลูกน้องของเธอ แล้วผลักประตู แต่มันถูกล็อค พวกเขาวิ่งไปด้านหลัง แล้วดึงประตูบานเลื่อนออก ก็พบว่า สตีฟ นอนอยู่บนพื้นระหว่างเตียงคู่ 2 เตียง ล้อมรอบด้วย กลุ่มควันหนาทึบ พวกเขาลากร่างที่ไหม้เกรียมของชายผู้นี้ ออกจากห้อง แต่ก็สายเกินไป สตีฟตายไปแล้ว และเขาก็ตายอยู่ แบบนี้มาระยะหนึ่งแล้ว


คิมเบอร์ลี่เล่าว่า สตีฟ เมาหัวราน้ำ เนื่องจากดื่ม แชมเปญไปหนึ่งขวด ตามด้วยเบียร์หลายขวด ตลอดช่วงรับประทานอาหารค่ำ และเมื่อพวกเขากลับมาถึงห้องสวีท เขาก็เมาแล้ว กระโจนใส่เธอ เมื่อคิมเบอร์ลี่ ปฏิเสธความใคร่ของสามี จึงเกิดการโต้เถียงขึ้น ด้วยความผิดหวัง เธอจึงคว้ากุญแจรถ และออกจากห้องสวีท ไปโดยทิ้งกุญแจห้องไว้ 

คิมเบอร์ลี่ รีบวิ่งไปที่รถและขับรถไปที่บ้านของ ครอบครัวมิลเลอร์ เพื่อระบายเรื่องราวเกี่ยวกับ การพักผ่อนในวันวาเลนไทน์ที่ไม่ได้เป็นไปด้วยดีเลย และไหนจะพฤติกรรมเกเรของสามีของเธออีก แต่จู่ๆ เธอก็จำที่อยู่ของพวกเขาไม่ได้ และพบว่าตัวเองหลงอยู่ในพื้นที่ ที่ไม่คุ้นเคย 

หลังจากขับรถไปสองชั่วโมง เพื่อค้นหาบ้านของ ครอบครัวมิลเลอร์ คิมเบอร์ลี่ก็กลับมาที่รีสอร์ท และพบว่าตัวเองถูกขังอยู่ด้านนอก ไม่สามารถเข้าห้องได้ เนื่องจากลืมกุญแจห้องไว้ด้านใน เมื่อเธอ เข้าไปได้ เธอก็พบกับ กลุ่มควันหนาทึบ 

คิมเบอร์ลี่ วิ่งเข้าไปในห้องโถงและกรีดร้อง เธอทุบประตูห้องชุดที่อยู่ใกล้เคียง แต่ไม่มีใคออกมาช่วยเธอ จากนั้น เธอก็วิ่งไปที่ล็อบบี้ และแจ้งเหตุเพลิงไหม้

อย่างน้อย นั่นคือเรื่องที่คิมเบอร์ลี่ อยากให้ทุกคนเชื่อ…


ครอบครัว มิลเลอร์ เกิดความสงสัยในตัว คิมเบอร์ลี่

เมื่อ ไมค์และมัวรีน ได้ยินเรื่องการตายของสตีฟอย่างกะทันหัน พวกเขารีบ ขับรถลงไปที่รีสอร์ท เพื่อปลอบเพื่อนรัก คิมเบอร์ลี่ที่กำลังโศกเศร้า แต่พวกเขาแปลกใจมาก ที่คิมเบอร์ลี่ ดูไม่เสียใจเลย อันที่จริง เธอไม่ได้เสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว เมื่อรู้ว่า สามีเธอเสียชีวิต และเธอกำลังจะกลายเป็นแม่ม่าย

เมื่อ ครอบครัวมิลเลอร์ ทราบเหตุการณ์ในคืนนั้นมากขึ้น พวกเขาประหลาดใจ ที่ได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับการขับรถของ คิมเบอร์ลี่ ที่ว่าเธอขับรถไปที่บ้านของพวกเขาในคืนนั้น ซึ่งอยู่ห่างจากรีสอร์ทเพียง 15 นาที และ คิมเบอร์ลี่ ก็ไปบ้านพวกเขา หลายต่อหลายครั้ง ตลอดทั้งปี 

จู่ๆ คิมเบอร์ลี่ จะมีอาการความจำเสื่อมแบบนี้ จากการทะเลาะกับสามีของเธอหรือเปล่า? มันไม่น่าจะเป็นไปได้

แขกที่อาศัยอยู่ใกล้ห้องสวีท หมายเลข #506 ที่คิมเบอร์ลี่ และ สตีฟเข้าพัก กล่าวว่า เขานอนหลับตลอดทั้งคืน โดยไม่มีสิ่งรบกวนใดๆ แน่นอน พวกเขาเคยได้ยินเสียงผู้หญิง ร้องขอความช่วยเหลือ และเคาะประตู แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงอะไรลอดเข้ามาเลย

ขณะที่ความสงสัยปกคลุมไปทั่ว คิมเบอร์ลี่ เธอยืนยันว่าสามีของเธอเป็นคนขี้เมา ซึ่งต้องโทษเขาเกี่ยวกับการสูบบุหรี่โดยประมาท สำหรับเหตุการณ์นี้ 

สัปดาห์ต่อมา คิมเบอร์ลี่ ไม่แสดงอาการหนักใจ หรือเศร้าใจ เกี่ยวกับการสูญเสียสามีของเธอ สิ่งเดียวที่เธอกังวลคือ การเร่งกระบวนการเผาศพ และพูดว่า “นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ” 

น่าเสียดายสำหรับเธอ ความต้องการของคิมเบอร์ลี่ ในการให้รายละเอียดทุกส่วน องแผนการฆาตกรรมของเธอ จะพิสูจน์ให้เห็นถึงความหายนะสูงสุดที่จะมาเยือน

ทันทีที่ ราเชล แม็คคอย เพื่อสนิทของเธอ ทราบข่าวการเสียชีวิตของ สตีฟ เธอจึงโทรแจ้งตำรวจ


ผลชันสูตร

การชันสูตรพลิกศพพบว่า ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของสตีฟ เท่ากับ 0.00 และไม่มีคาร์บอนมอนอกไซด์หรือเขม่าในปอดของเขา สรุปว่า เขาตายไปแล้วก่อนที่ ไฟจะเริ่มไหม้ขึ้น

การสืบสวน สอบสวน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ พบซิการ์ ในห้องสวีท แบบปลอดบุหรี่ของ ครอบครัวฮริคโก ในแพ็คเกจมีทั้งหมดแปดมวน  แต่จากที่ตรวจสอบ เหลือเพียงเจ็ดมวน เท่านั้น ในตอนแรก พบซิการ์ ที่ซึ่งจุดไฟไปแล้วครึ่งมวน ใต้หมอน นี่อาจเป็นสาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้ 

แต่การสอบสวนเพิ่มเติม ระบุว่า ซิการ์ที่จุดแล้ว ถูกวางโดยเจตนาที่หมอนสองใบ ซึ่งอยู่ใต้ศีรษะของสตีฟ

เมื่อเพื่อนสนิท และญาติๆ ของสตีฟยืนกรานว่า สตีฟไม่เคยสูบบุหรี่เลย สักครั้งเดียวในชีวิตของเขา ทั้งนี้ ซองซิการ์ ถูกตรวจสอบย้อนกลับไปยังร้านค้าใกล้บ้านของ ครอบครัว ฮริคโก ( Hrickos ) และตามที่พนักงานขายบอกว่า ไม่มีใครมาซื้อนอกจากตัว คิมเบอร์ลี่ เองเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน

การตัดสินและรับโทษ

Hricko get life in prison - Blogalore.com
ที่มา: https://laurelhistory.com/

สามเดือน หลังจากการเสียชีวิตของ สตีฟ ฮริคโก วัย 35 ปี คิมเบอร์ลี่ ถูกจับและถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม และการลอบวางเพลิง 

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 1999 เธอถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต บวกอีก 30 ปี โดยไม่มีโอกาสได้รับทัณฑ์บน 

ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย เห็นพ้องกันว่า หากคิมเบอร์ลี่ ระงับความต้องการที่ไม่หยุดหย่อนของเธอ บางทีเธออาจจะรอดพ้นจากข้อหาการฆาตกรรม แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ เธอจะต้องใช้เวลาที่เหลือในชีวิต ถูกคุมขังอยู่ภายในกำแพงของเรือนจำรัฐแมรี่แลนด์ตลอดไป


แหล่งที่มาของข้อมูล:


Bloody Valentine คดี ฆาตกรรม สีเลือดในวันวาเลนไทน์
Bloody Valentine คดี ฆาตกรรม สีเลือดในวันวาเลนไทน์

Shared: