สะกดรอยตาม ฆาตกรรม ความแค้นที่ไม่อาจลืม

สะกดรอยตาม แฟนเก่า ฆาตกรรม ความแค้นที่ไม่อาจลืม

Shared:

ชายผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า สะกดรอยตาม แฟนเก่า นารุมิ คุโรซากิ ( Narumi Kurosaki ) เขาเป็นใคร ? เรามาร่วมสืบคดีนี้ไปพร้อมกัน

สะกดรอยตาม แฟนเก่า ฆาตกรรม ความแค้นที่ไม่อาจลืม
นารุมิ คุโรซากิ ( Narumi Kurosaki ) ที่มา: Kyodo News

การเดินทางท่องเที่ยวไปในประเทศต่างๆนั้น ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิต ที่ดีที่สุดในชีวิตอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ เราต้องเปิดใจให้กว้าง เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ ตระเวณชิมอาหาร เรียนรู้ภาษา ด้วยตัวเอง ทั้งหมดนี้ มันประเมินค่าไม่ได้เลย

และการอยู่ต่างประเทศ หรือเรียนต่อต่างประเทศ คือบททดสอบขั้นสูงสุด ของความเป็นอิสระ ความกล้าหาญและการเติมเต็มของชีวิต ไม่มีเพื่อน ครอบครัว หรือใครก็ตามที่จะมาคอยสนับสนุนเรา เราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งสิ้น

แต่ความโดดเดี่ยวนี้อาจทำให้รู้สึกเหงา เศร้า และบางครั้งก็อันตรายเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเรายังเป็นเด็ก อ่อนแอ ไม่สามารถพูดหรือฟังภาษาท้องถิ่นนั้นได้ หรือไม่คุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คดีนี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ หญิงสาว อายุ 21 ปี ที่มีชื่อว่า นารุมิ คุโรซากิ ( Narumi Kurosaki ) นักเรียนแลกเปลี่ยนจากญี่ปุ่น เธอมาเพื่อหาประสบการณ์ เรียนรู้วัฒนธรรม และ เรียนรู้ภาษา ที่นี่…ประเทศฝรั่งเศส 

ขณะที่ นารุมิ กำลังสนุกสนานกับช่วงเวลาในฝรั่งเศส เธอได้พบกับชายคนหนึ่ง ชื่อ นิโคลัส เซเปด้า คอนเทรราซ ( Nicolas Zepeda Contreras ) ชาวชิลี ซึ่งเป็นแฟนเก่าของเธอ นิโคลาสได้ สะกดรอยตาม นารุมิ มาที่ฝรั่งเศส เขาวางแผนล่อเธอออกมาคนเดียว ฆาตกรรมเธอ และทิ้งร่างที่ไร้ลมหายใจของเธอไว้

ทำไม นิโคลัส ถึงต้องฆ่า นารุมิ ? เขาลงมือฆาตกรรมเธอ และกำจัดร่างของเธออย่างไร ? นิโคลัสถูกจับกุมได้อย่างไร และเกิดอะไรขึ้นกับเขา ? และทำไม เขาต้อง สะกดรอยตาม แฟนเก่า นี่คือ เรื่องราวอันน่าเศร้าของชายผู้มั่งคั่ง ร่ำรวยและเป็นชนชั้นสูงจากชิลี กับหญิงสาวที่ร่าเริง ไร้เดียงสา ที่ต้องมาจบชีวิตลง เพราะว่าเธอต้องการหนีออกจากการถูกควบคุมของนิโคลัส

สะกดรอยตาม แฟนเก่า ฆาตกรรม ความแค้นที่ไม่อาจลืม
นารุมิ คุโรซากิ ( Narumi Kurosaki ) ตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น ที่มา: Tokyo Reporter

นารุมิ คุโรซากิ

นารุมิ คุโรซากิ เกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฏาคม 1995 ที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เธอเป็นที่รู้จักในฐานะนักเรียนที่ตรงต่อเวลา มีระเบียบ และสดใสร่าเริง หลังจากเรียบจบมัธยมปลาย นารุมิ ได้ตัดสินใจเรียนต่อในมหาวิทยาลัยซึกุบะ ( University of Tsukuba ) ในจังหวัดอิบารากิ ซึ่งสามารถขับรถไปทางเหนือของโตเกียวได้ ภายในไม่กี่ชั่วโมง เธอเรียนสังคมศาสตร์ และมีความสนใจในวัฒนธรรมและภาษา

ในฐานะนักเรียนที่มีความสดใสและมีความกระตือรือร้น เธอมักจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ไปกินซูชิที่ ร้านรีโวววิ่ง ( Revolving Restaurants ) อยู่บ่อยๆ เพื่อนๆทุกคนรัก นารุมิ เพราะเธอเป็นคนคิดบวกและเป็นมิตรกับทุกคน

ในปี 2014 นารุมิ อายุ 19 ปี ที่มหาวิทยาลัยซึกุบะ ( University of Tsukuba ) เธอได้พบกับแฟนหนุ่มในอนาคตของเธอที่ชื่อ นิโคลัส เซเปด้า คอนเทรราซ ( Nicolas Zepeda Contreras )

สะกดรอยตาม แฟนเก่า ฆาตกรรม ความแค้นที่ไม่อาจลืม นิโคลัส เซเปด้า คอนเทรราซ
นิโคลัส เซเปด้า คอนเทรราซ ( Nicolas Zepeda Contreras ) ที่มา: The Japan Times

นิโคลัส เซเปด้า คอนเทรราช

สำนักข่าว โตเกียว รีพอตเตอร์ ผู้ที่รายงานคดีนี้ อย่างต่อเนื่อง ได้ให้ความสนใจไปยัง นิโคลัส เกี่ยวกับเบื้องหลัง ความเป็นมาของเขา และเขามาญี่ปุ่นได้อย่างไร ? รวมไปถึงความสัมพันธ์กับนารุมิ เป็นอย่างไร ?

นิโคลัส เกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 1990 ในซานติเอโก้ ประเทศชิลี ครอบครัวเขามีด้วยกันทั้งหมด 5 คน ได้แก่ พ่อ แม่ ตัวเขา และน้องสาวฝาแฝด 

ทั้งพ่อและแม่ ของนิโคลัส เป็นคนร่ำรวยและเป็นผู้มีอำนาจในชิลี พ่อของเขาเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทรถยนต์ และแม่ของเขาเป็นเลขาของข้าราชการ ทางการเมืองที่มีอำนาจ ซึ่งหมายความว่า นิโคลัส สามารถเข้าถึงข้อมูลทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องยาก ให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆได้ทั้งหมด

หลังจากจบมัธยมปลาย นิโคลัสได้ศึกษาต่อที่ มหาวิทยาลัยซานติเอโก้ ( University of Santiago ) ด้วยสิทธิพิเศษ, เงิน รวมถึง connection ของเขา นิโคลัส ได้ท่องเที่ยวและเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆมากมาย รวมทั้งประเทศญี่ปุ่นด้วย

สืบเนื่องจากสำนักข่าว เดอะ เจแปน ไทม์ รายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยซึกุบะ ( University of Tsukuba ) เป็นสถานที่ที่ นิโคลัสได้เริ่มทำงานเป็นผู้ช่วยครู

สะกดรอยตาม แฟนเก่า ฆาตกรรม ความแค้นที่ไม่อาจลืม นิโคลัสกับนารุมิ ช่วงที่ออกเดทกัน
นิโคลัสกับนารุมิ ช่วงที่ออกเดทกัน ที่มา: The Japan Times

เส้นทางความรักของนารุมิและนิโคลัส

ที่มหาวิทยาลัยซีกุบะ ที่ซึ่งนารุมิเป็นนักศึกษาปีหนึ่ง และนิโคลัสเป็นผู้ช่วยสอน ทั้งสองเริ่มรู้จักกันในเดือนตุลาคม 2014 นารุมิ ซึ่งสนใจในวัฒนธรรม สนใจในการใช้ชีวิตในต่างประเทศ มีความสุขมากที่ได้เป็นเพื่อนกับนิโคลัส คนรู้จักของ นิโคลัส ที่เห็นเขากับ นารุมิ ที่มหาวิทยาลัยกล่าวว่า 

“ นารุมิกำลังเรียนสังคมศาสตร์ เธอเคยพูดว่า สักวันนึงเธออยากจะไปประเทศชิลี ฉันไปพบเธอโดยบังเอิญ ที่ร้าน ไคเท็น ( Kaiten ) ซึ่งเป็นร้านซูชิสายพาน นิโคลัสพูดกับฉันว่า “เขาเป็นชาวชิลี และเราสองคนกำลังเดทกันอยู่” พวกเขาดูเป็นแค่คู่รักธรรมดาทั่วไป พวกเขาดูมีความสุขมากเมื่ออยู่ด้วยกัน ดังนั้น ฉันจึงตกใจมาก เมื่อได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับคดีนี้ ” 

นิโคลัส และ นารุมิ เริ่มเดทกันในเดือนกุมภาพันธ์ 2015 สองเดือนผ่านไป ในเดือนพฤษภาคม นิโคลัสไปพานารุมิ ไปที่ประเทศชิลี และแนะนำนารุมิ ให้ครอบครัวได้รู้จัก มีรูปภาพและวิดีโอมากมายใน โซเชียลมีเดีย ที่ทั้งสองคนได้ลงไว้ว่าได้ไปเที่ยว, ไปกินอาหารที่ร้านอาหาร, กอดและจูบกัน ทั้งคู่มีความสุข และความสัมพันธ์เป็นไปอย่างราบรื่น

สิ้นปี 2015 นิโคลัสได้กลับไปที่ประเทศชิลี นารุมิไม่ได้มาด้วย เธออยู่ที่ญี่ปุ่น และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มไกลกัน มันอาจจะเป็นช่วงนี้ที่ทั้งสองคนเริ่มที่จะมีปัญหากัน ความเครียดเรื่องระยะทางที่ไกลกัน, เวลาที่แตกต่างกัน, และการใช้ชีวิต ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เพิ่มความกดดัน ให้กับความสัมพันธ์ของพวกเขา และทำให้นิโคลัสรู้สึกโดดเดี่ยว

นิโคลัส ได้กลับไปที่ญี่ปุ่นอีกครั้งใน เดือนเมษายน 2016 เพื่อที่จะไปพบกับนารุมิ นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ทั้งคู่ได้มาพบกัน กระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงในประเทศฝรั่งเศส

การเลิกรา

ถึงแม้ว่า นิโคลัส จะโพสภาพต่างๆ ที่เขาไปญี่ปุ่น ในเดือนเมษายน 2016 ลงในโซเชียลมีเดีย ซึ่งภาพทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า เขาและนารุมิ ยังคบกันอยู่และดูมีความสุข แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งต่างๆไม่ได้เป็นไปด้วยดีสักเท่าไหร่ เพื่อนๆของนารุมิ รวมถึงครอบครัว แนะนำให้เลิกกับนิโคลัส จะดีที่สุด

มีรายละเอียดมากมาย เกี่ยวกับสาเหตุที่ทั้งสองเริ่มห่างกัน แต่นารุมิ ได้วางแผนที่จะย้ายไปอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ในเดือนกันยายน เพื่อที่จะไปเรียนและต้องการที่จะไปเริ่มชีวิตใหม่ที่นั่นด้วย

นารุมิ เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเบอร์ซองซง ( University of Besancon ) เธอมีกลุ่มเพื่อนใหม่ รวมไปถึงเพื่อนสนิท ชื่อ อาเธอร์ เดล พิคโคโล่ ( Arthur Del Piccolo ) ซึ่งอาเธอร์ เป็นนักศึกษาที่โรงเรียนช่างกลและวิศวกรรมจุลภาคแห่งชาติ 

นิโคลัส รู้เรื่องเกี่ยวกับ นารุมิ ในฝรั่งเศสและเรื่องเกี่ยวกับอาเธอร์ เขาได้ติดต่อเธอ และบอกเธอให้บล็อกและลบ อาเธอร์ จากการเป็นเพื่อนใน เฟสบุ๊ค แต่นารุมิ ปฏิเสธที่จะทำแบบนั้น และขอเลิกกับเขา หลังจากนั้น นารุมิก็เริ่มออกเดทกับอาเธอร์

นิโคลัส รู้สึกโกรธและผิดหวังมาก เพราะเขาไม่อยากจะเลิกกับนารุมิ ในเดือน กันยายน เขาได้อัพโหลดวิดีโอ ที่เป็นไปในทางข่มขู่ ส่งถึงนารุมิ ซึ่งในวิดีโอ นิโคลัสได้อธิบายว่า นารุมิจำเป็นต้องทำตามเงื่อนไขบางอย่าง เพื่อที่จะรักษาความสัมพันธ์ของพวกเขาไว้ 

เขาบอกว่า “เธอต้องสร้างความเชื่อมั่นและเธอต้องชดใช้สิ่งที่เธอทำลงไป… ถ้าภายในวันที่ 21 กันยายน เธอทำตามเงื่อนไขได้ เขาก็จะยกโทษให้เธอ” เขายังบอกอีกว่า “เธอทำเรื่องที่ไม่ดีไว้” และเงื่อนไขบางข้อจะต้องคงอยู่ “ตลอดไป”

โดยไม่ได้คำนึงถึงภัยคุกคาม และการกำหนดเส้นตายที่นิโคลัส บอกไว้ว่าเป็นวันที่ 21 กันยายน 2016, นารุมิ ตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อไป และมีความสุขกับชีวิต ด้วยการย้ายไปที่ประเทศฝรั่งเศส และศึกษาภาษาฝรั่งเศส ที่มหาวิทยาลัยฟร็อง-กงเต ( University of Franche-Comte ) ในเบอร์ซองซง  

นิโคลัส ยังไม่ยอมเลิกรากับนารุมิ เขาตัดสินใจที่จะไปหาเธอที่ประเทศฝรั่งเศส เพื่อที่จะ สะกดรอยตาม แฟนเก่า ของเขา และเริ่มวางแผนที่จะไปที่ เบอร์ซองซง ในเดือนธันวาคมนี้ เขาจองรถเช่าไว้สำหรับช่วงกลางเดือน พฤศจิกายน เพราะว่าเขาจะใช้รถเช่านี้ ขับไปหานารุมิ

นารุมิ ขณะที่อยู่ในห้องซ้อมเต้นในฝรั่งเศส
นารุมิ ขณะที่อยู่ในห้องซ้อมเต้นในฝรั่งเศส ที่มา: Tokyo Reporter

อาชญากรรม

ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2016 นิโคลัสได้เดินทางมาถึง โดยเครื่องบินไฟลท์บินจากประเทศชิลี ไปกรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จากที่นี่เขาได้ขึ้นรถโดยสารไปที่ ดิฌง ( Dijon ) ประเทศฝรั่งเศส และเขาได้ไปเช่ารถ ในวันที่ 1 ธันวาคม 2016 เขาขับรถจาก ดิฌง ไปยังเมืองที่ซึ่ง นารุมิ อาศัยอยู่นั้น ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที แต่ก่อนที่เขาจะออกจาก ดิฌง รายละเอียดการใช้เครดิตคาร์ดของ นิโคลัส แสดงว่าเขาไปซื้อ ถังน้ำมัน, ไม้ขีด, ถุงขยะ, ผงซักฟอก และสเปรย์คลอรีน

GPS จากรถเช่ายังแสดงให้เห็นว่า เขาได้ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ รอบๆถนนเล็กใกล้กับพื้นที่ที่เป็นป่า รวมถึงการที่เขาเดินทางทุกวันจากป่า ชุก ( Chaux ) ไปยัง เบอร์ซองซง ( Besancon ) ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมถึง 4 ธันวาคม โดยเขาจะขับรถไปที่มหาวิทยาลัยของนารุมิ ศูนย์ภาษาที่เธอศึกษา และอาคารที่พักอาศัยของเธอ

ในวันที่ 2 ธันวาคม 2016 นิโคลัสถูกพบเห็นในมหาวิทยาลัย โดยนักเรียนสองคนที่เข้ามาคุยกับเขา มันไม่ชัดเจนว่า เขาติดต่อกับนารุมิอย่างไร หรือเมื่อไหร่ แต่ภาพจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกันที่มหาวิทยาลัย

วีนที่ 4 ธันวาคม 2016 นารุมิ ไปที่สปอร์ต เซ็นเตอร์ เพื่อจะไปเรียนคลาสซ้อมเต้น ซึ่งจะเสร็จสื้นตอน 4 โมงเย็น และในเย็นวันนั้น นารุมิ และ นิโคลัส ได้ขับรถไปที่ร้านอาหารใน เบอร์ซองซง และกล้องภายในร้านอาหาร สามารถจับภาพทั้งคู่กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ จนกระทั่งเวลา 10 PM (สี่ทุ่ม) จึงกลับไปที่อาคารที่ นารุมิ อาศัยซึ่งอยู่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งกล้อง CCTV จับภาพได้ว่าทั้งคู่เข้ามาที่พักของ นารุมิเวลา 11 PM (ห้าทุ่ม)

นักเรียนหลายคน ที่พักอยู่บนชั้นเดียวกันกับ นารุมิ เล่าให้ฟังว่า พวกเขาได้ยินเสียง ตุ้บ และเสียงกรีดร้องประมาณ 3 AM (ตีสาม) แต่ไม่มีใครโทรแจ้งตำรวจ พวกนักเรียนไปตรวจสอบบริเวณโถงในหอพักก็ไม่มีอะไร และพวกเขาไม่สามารถบอกได้เลยว่าเสียงที่ได้ยินนั้น มันมาจากห้องไหน

รถเช่าของ นิโคลัส จอดอยู่บริเวณด้านนอก อาคารที่พักของ นารุมิ จนถึงวันที่ 6 ธันวาคม ประมาณ 4 AM (ตีสี่) ซึ่ง GPS ในรถได้ระบุว่า รถคันนี้ได้ถูกขับไปที่บริเวณป่าที่เดิม ที่นิโคลัส ได้ขับไปเมื่อวันก่อน

ประกาศตามหาคนหาย: นารุมิ คุโรซากิ
ประกาศตามหาคนหาย: นารุมิ คุโรซากิ ที่มา: Twitter

การตามหา นารุมิ

วันต่อมา นารุมิ ไม่ได้ไปที่ชั้นเรียน เพื่อนๆ ของเธอ เริ่มเป็นกังวลและได้แจ้งเหตุการณ์นี้กับครู ในส่วนของ อาเธอร์ แฟนของ นารุมิ พยายามส่งข้อความถึงเธอ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ 

นิโคลัส ได้แฮ็กเฟสบุ๊คของ นารุมิ ทั้งยังใช้โทรศัพท์ของเธอ และเริ่มส่งข้อความถึงเพื่อน และครอบครัวของเธอ

เพื่อนของ นารุมิ ได้รับข้อความที่พิมพ์มาว่า เธอกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับพาสปอร์ต และเธอจำเป็นต้องไปที่สถานทูต ภายหลังตำรวจพบว่า บัตรเครดิตของเธอ ถูกใช้ในวันที่ 6 ธันวาคม เพื่อซื้อตั๋วเที่ยวเดียว ไปที่เมืองลียง ( Lyon ) ซึ่งเป็นที่ที่มีสถานกงสุลตั้งอยู่ ทั้งนี้ สถานกงสุลญี่ปุ่น ที่นารุมิ เคยติดต่อนั้นกลับอยู่ที่เมืองอื่น ไม่ใช่เมือง ลียง

ครอบครัว และ เพื่อนของ นารุมิในญี่ปุ่น ได้รับข้อความจากนารุมิ ซึ่งมีใจความว่า เธอมีแฟนใหม่แล้ว, เธอเดินทางคนเดียว, รวมไปถึงข้อความที่บอกว่า เธอไม่มีสัญญาณอินเทอร์เนต 

ในวันที่ 14 ธันวาคม 2016, เป็นเวลา 10 วัน หลังจากที่มีคนพบ นารุมิ ครั้งสุดท้ายทางโรงเรียนจึงไปแจ้งความคนหายไว้กับทางตำรวจ

ในส่วน นิโคลัส เขาได้คืนรถให้บริษัทเช่ารถ ในวันที่ 7 ธันวาคม ซึ่งมีความน่าสงสัยอยู่หลายอย่าง นั่นคือ ทางบริษัทรถเช่าได้รายงานตำรวจว่า รถที่ นิโคลัส เช่านั้น เลอะโคลนเต็มไปหมด ทั้งด้านในและด้านนอกตัวรถ และแม้แต่ในกระโปรงหลังรถด้วยเช่นกัน

นิโคลัส ออกจากร้านเช่ารถ และได้ไปซื้อตั๋วรถประจำทาง เพื่อกลับไป กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จากนั้น เขาก็ขึ้นเครื่องบินต่อไปยัง บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน นิโคลัสพักอยู่ที่ สเปนประมาณ 2-3 วัน เพื่อไปเยี่ยมญาติ ก่อนที่จะกลับไปกรุงเจนีวา ในวันที่ 12 ธันวาคม และขึ้นเครื่องบินกลับไปยัง ประเทศชิลี เขาอยู่ในชิลีก่อนที่โรงเรียนจะแจ้งว่านารุมิหายตัวไป

สื่อหลายสำนัก พยายามเกาะติดสถานการณ์และหาข้อมูล ทั้งในฝรั่งเศสและในชิลี จากวันที่ นารุมิ ได้หายตัวไปจนกระทั่ง วันที่ 15 ธันวาคม เมื่อตำรวจได้เข้าไปในห้องพักของเธอ ช่วงนี้ เพื่อนๆ และครอบครัวของ นารุมิ ยังคงวุ่นกับการตามหาเธอ เพื่อนร่วมชั้นเรียนได้ทำใบประกาศที่มีภาพของ นารุมิ, ชื่อของเธอ โดยมีความหวังว่าจะพบเธอ ซึ่งบ้างก็คิดว่าเธอน่าจะถูกลักพาตัวไป

แต่เมื่อตำรวจฝรั่งเศส เข้าไปที่ห้องพักของ นารุมิ พวกเขาพบว่าห้องอยู่ในสภาพที่เป็นระเบียบเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ตำรวจพบว่า กระเป๋าเงินของเธอ ซึ่งยังคงมีเงินอยู่ข้างใน และเสื้อโค้ทสำหรับหน้าหนาวตัวเดียวของเธอนั้น ยังคงอยู่ในห้อง 

ตำรวจทำการตรวจสอบภายในห้องพัก และพบว่า ผ้าห่ม, กระเป๋าเดินทาง, พาสปอร์ต และโทรศัพท์มือถือ สิ่งของเหล่านี้ของเธอได้หายไป ตำรวจยังพบลายนิ้วมือบนแก้วกาแฟ ซึ่งตรงกับลายนิ้วมือของ นิโคลัส และยังพบ DNA ของเขาบนสิ่งของหลายอย่างในห้องของเธอ รวมถึงบริเวณอ่างล้างจานและพื้นห้องน้ำอีกด้วย

ตอนแรก ตำรวจสงสัยแฟนใหม่ของ นารุมิ ที่ชื่อ อาเธอร์ และได้นำตัวมาสอบถาม แต่เมื่อ อาเธอร์ ได้บอกว่า แฟนเก่าของ นารุมิ ได้เคยแฮ็กเฟสบุ๊คของเธอ ทั้งยังรังควานเธออยู่เรื่อยๆ และอิจฉาความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของเธอ ตำรวจสอบสวนเพิ่มเติม พวกเขาจึงพบหลักฐานว่า ความจริงแล้ว นิโคลัส อยู่ในฝรั่งเศส และมีคนพบว่าเขาอยู่กับเธอ ทั้งยังเป็นคนสุดท้ายที่พบเธอ

ถึงแม้ว่า กล้องวงจรปิด จะจับภาพทั้งคู่เดินเข้าไปในอาคารที่พักของ นารุมิ ตำรวจได้สรุปว่า มันต้องมีทางออกอื่น ซึ่งอาจจะเป็นทางออกฉุกเฉิน ที่ซึ่งไม่มีกล้องวงจรปิด อยู่บริเวณนั้น 

ตำรวจได้ไปสำรวจทางออกอื่นๆ ในบริเวณอาคาร และพบเลือดที่ทางออกหนึ่ง ของบริเวณอาคาร ซึ่งตอนนี้ นิโคลัส กลายเป็นผู้ต้องสงสัยและตำรวจฝรั่งเศส นำรูปของเขาขึ้นแสดงใน อินเตอร์โพล ( องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ International Criminal Police Organization ย่อมาจาก INTERPOL) หรือเรียกว่า ตำรวจสากล เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่อำนวยความสะดวกในการร่วมมือกับตำรวจทั่วโลกและการควบคุมอาชญากรรม ) ซึ่งเป็นประกาศจับ ในข้อหาลักพาตัวและฆาตกรรมนารุมิ

ในเดือน มกราคม 2017 ตำรวจฝรั่งเศส และทีมค้นหา ออกสำรวจทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ ชุก ( Chaux ) เพื่อที่จะพยายามหาร่างของ นารุมิ ให้พบ แต่การค้นหาก็ล้มเหลว 

การค้นหา ครั้งที่ 2 เริ่มขึ้น ในเดือนเมษายน 2017 โดยมี เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคน, นักดำน้ำ, สุนัขดมกลิ่น, และเฮลิคอปเตอร์ แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยใดๆ เพิ่มเติม 

การค้นหา ครั้งสุดท้าย เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2017 ผ่านมา 1 ปีแล้ว หลังจากการหายตัวไปของ นารุมิ การค้นหาได้ขยายวงกว้างออกไปยังบริเวณพื้นที่ ที่ยังไม่เคยสำรวจมาก่อน แต่ตำรวจก็ยังคงกลับมาแบบมือปล่าว

นิโคลัส ถูกส่งตัวกลับมายังฝรั่งเศส
นิโคลัส ถูกส่งตัวกลับมายังฝรั่งเศส ที่มา: livedoor.jp

การส่งผู้ร้ายข้ามแดนและการจับกุม

เมื่อครั้งที่ นิโคลัส อยู่ในประเทศชิลี มีคนพบเห็นเขาออกจากบ้านพักในเมือง ซานติเอโก้ และไปซ่อนตัวอยู่ในรถกระบะของพ่อของเขา เมื่อเขากลับมาจากฝรั่งเศสในเดือน ธันวาคม 2016 เขาได้ไปพบตำรวจในชิลี และอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เขาไม่ถูกคุมขังแต่อย่างใด

อัยการในชิลี ทำการสอบสวนด้วยตัวเอง โดยที่ นิโคลัส ปฏิเสธว่าไม่ได้ลงมือฆาตกรรม นารุมิ เขาอ้างว่า เขาไม่ได้คุยกับเธออีกหลังจากวันที่ 4 ธันวาคม และตัดสินใจเดินทางกลับมาชิลี เพราะว่าทั่งคู่เลิกรากัน

เจ้าหน้าที่ของฝรั่งเศส ต้องการให้ชิลีส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปยังฝรั่งเศส รัฐบาลของญี่ปุ่นเช่นกัน ต้องการให้ฝรั่งเศสนำตัว นิโคลัส กลับมาเพื่อตามหาความยุติธรรมให้นารุมิ แต่โชคร้ายที่ ศาลฏีกาปฏิเสธการร้องขอนี้ แต่ห้าม นิโคลัส ออกนอกประเทศชิลี เป็นเวลา 2 เดือน 

สิ่งนี้ทำให้ฝรั่งเศสมีเวลาในการหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ เพื่อนำเขากลับมาที่ฝรั่งเศส และมารับทราบข้อหาลักพาตัวและข้อหาฆาตกรรม

นิโคลัส และทีมทนายความของเขาต่อสู้เพื่อให้เขาได้อยู่ในชิลีต่อไป และยังโต้แย้งว่า ยังไม่สามารถตั้งข้อหาคดีฆาตกรรมได้ เนื่องจากไม่พบศพของ นารุมิ และนิโคลัส ยังบอกตำรวจว่า เขาคิดว่า นารุมิ ยังคงมีชีวิตอยู่และอยู่ที่ไหนสักแห่งแน่ๆ

ระหว่างการสอบปากคำ นิโคลัสบอกว่า หลังจากที่เขาทานอาหรเย็นกับ นารุมิ ทั้งคู่ก็ไปที่ห้องของเธอและมีเซ็กส์กัน เขาอธิบายว่า นารุมิมีความสุข และร้องครวญครางออกมา ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเสียงที่คนอื่นๆได้ยิน นิโคลัสยังอ้างว่า หลังจากนั้น นารุมิ ได้บอกเขาว่าเธอมีแฟนแล้ว และรู้สึกผิดขึ้นมา ซึ่งนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่เธอหนีไป

แต่ตำรวจพบว่า ไม่มีการใช้เครดิตคาร์ดของนารุมิ หรือถอนเงินออกมาเลย ตั้งแต่เธอหายตัวไป ทำให้ยิ่งไม่น่าเป็นไปได้ที่ นารุมิจะยังมีชีวิตอยู่

ในที่สุด เดือนพฤษภาคม 2018 ศาลฏีกาในประเทศชิลี พบว่ามันมีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดี ทั้งนี้อัยการในฝรั่งเศส พอใจกับคำตัดสินของศาล และบอกกับสื่อว่า “ศาลอนุญาตให้มีการพิจารณาคดี กับผู้ต้องสงสัยได้แล้วในตอนนี้” 

ในเดือน กรกฏาคม 2020 นิโคลัสถูกส่งกลับไปประเทศฝรั่งเศส เพื่อเผชิญการพิจารณาคดี มีการเปิดตัวการสอบสวนคดีฆาตกรรมอย่างเป็นทางการ และผู้เชี่ยวชาญได้ทำการทดสอบและสรุปว่า นิโคลัสมีสุขภาพจิตที่ดี ที่จะได้รับการพิจารณาคดี

ทั้งๆที่ ตำรวจยังไม่พบร่างของนารุมิ อัยการในฝรั่งเศสเชื่อว่า พวกเขามีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิด นิโคลัส โดยอัยการบอกว่า “เรามีหลักฐานมากมาย รวมถึงบันทึกการใช้โทรศัพท์ ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของผู้ต้องสงสัยในช่วงที่เช่ารถ และใบเสร็จรับเงินบัตรเครดิตของเขา เช่นเดียวกับคำให้การของพยาน ที่ขัดแย้งกับเหตุการณ์ของนิโคลัส”

ขณะนี้ นิโคลัส กำลังรอการพิจารณาคดีของเขาในศูนย์กักกัน ในเมืองเบอร์ซองซง ซึ่งการพิจารณาคดีจะเริ่มขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2021 (ช่วงกลางเดือนกันยายน – กลางเดือนธันวาคม) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาการระบาดของไวรัสโคโรนา และหากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิด นิโคลัสอาจจะต้องจำคุกตลอดชีวิตได้


ในขณะที่เขียนบทความนี้ คดีนี้กำลังดำเนินไป ซึ่งเราไม่อาจรู้ได้เลยว่า นิโคลัสจะได้รับโทษ หรือนารุมิ จะได้รับความยุติธรรม และแม้นิโคลัสจะปฏิเสธข้อกล่าวหาและบอกว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่มันมีหลักฐานมากมาย ที่จะสามารถบ่งชี้ถึงการกระทำของเขาได้

อย่างไรก็ตาม ตำรวจก็ยังไม่พบร่างของ นารุมิ ไม่พบอาวุธ และไม่อาจทราบได้ถึงสาเหตุของการเสียชีวิตของเธอ มันยากที่จะยืนยันว่า มีการฆาตกรรมเกิดขึ้น เราได้แต่หวังว่า ตำรวจฝรั่งเศสจะดำเนินการค้นหาต่อไป จนพบนารุมิ ก่อนที่การพิจารณาคดีจะเริ่มขึ้น

รวมถึง กล้องวงจรปิด, ระบบจีพีเอส, รายละเอียด DNA, และคำให้การของพยาน การ สะกดรอยตาม แฟนเก่า อย่างนารุมิ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ก็น่าจะเพียงพอที่จะทวงความยุติธรรมให้กับ เธอ, เพื่อนและครอบครัวของเธอ 

วิดีโอที่ นิโคลัส ได้ถ่ายและส่งต่อให้กับนารุมินั้น ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นการข่มขู่ และยื่นคำขาดให้นารุมิ เพื่อหวังจะแสดงให้เห็นว่าเขายังมีสิทธิ์ในตัวนารุมิอยู่ แต่ความหมกหมุ่นในตัวนารุมิ ความอิจฉาริษยา และเห็นแก่ตัวนี้ จะทำให้นิโคลัสได้รับบทลงโทษในคุก หรือเงิน, สิทธิพิเศษ, และทนายความชั้นยอดของเขา จะช่วยให้เขารอดพ้นจากคดีนี้ได้หรือไม่ ? 

คดีนี้ยังไม่ได้รับการตัดสิน หากมีการตัดสินและมีบทลงโทษอย่างไร แอดมินจะอัพเดทรายละเอียดให้ทราบต่อไป


แหล่งที่มาของข้อมูล:


สะกดรอยตาม ฆาตกรรม ความแค้นที่ไม่อาจลืม
สะกดรอยตาม ฆาตกรรม ความแค้นที่ไม่อาจลืม

Shared:

About the author