เจนนิเฟอร์ แพน จากเด็กเรียนดีผู้เป็นความหวัง สู่ฆาตกรผู้จ้างวานฆ่าพ่อแม่ตัวเอง

เจนนิเฟอร์ แพน
Shared:

เจนนิเฟอร์ แพน อยู่ในบ้านที่มีกันอยู่กัน 3 คน ถูกเอาปืนจ่อหัว เธอกำลังตกใจ และถูกทรมาน ถูกบังคับให้ฟังพ่อแม่ของเธอถูกยิงอย่างเลือดเย็น

เรื่องราวสยองขวัญในชีวิตจริงนี้ เกิดขึ้นภายในบ้านของครอบครัวแพน ซึ่งทำให้ความเงียบสงบในย่านโตรอนโต หายไปในทันที

นี่เป็นการบุกปล้นบ้าน – หรือเป็นการทรยศหักหลังขั้นสูงสุด?

ครอบครัวแพน เป็นผู้อพยพชาวเวียดนาม ผู้เป็นพ่อ ฮาน แพน (Hann Pan) และ บี๋ (Bich) ภรรยาของเขาเป็นชาวเรือเวียดนามที่หลบหนีเพื่อหาชีวิตที่ดีกว่า

“เขาเป็นช่างทำเครื่องมือและเครื่องผลิตแม่พิมพ์ และภรรยาของเขาทำงานในโรงงานเดียวกับที่เขาประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ แต่เขาตั้งใจอย่างมากที่จะให้ลูก ๆ ของเขาทำได้ดีกว่าที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้” เจเรมี กริมัลดี นักข่าวอาชญากรรมกล่าวเกี่ยวกับคดีนี้

ลูก ๆ ของครอบครัวแพนเกือบจะสมบูรณ์แบบแล้ว เฟลิกซ์ น้องชายของเจนนิเฟอร์ไม่ได้เรียนวิศวกรรมเครื่องกลในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ฮาน ผู้เป็นพ่อต้องการให้ลูกชายของเขาออกแบบรถยนต์ไม่ใช่แค่ประกอบมัน ส่วนลูกสาวเจนนิเฟอร์ เป็นนักสเก็ตลีลาที่มีความสามารถระดับโอลิมปิก เป็นนักเปียโนที่ได้รับรางวัล และเป็น เด็กเรียนดี ได้ A ทุกวิชา

ครอบครัวแพน ใช้ชีวิตอย่างมีวินัยและประหยัด ในขณะที่อาศัยอยู่ในบ้านที่สวยงามพร้อมรถหรูสองคัน ตำรวจเชื่อว่าทรัพย์สินราคาแพงเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่ล่อให้ นักเลงพร้อมปืนสามคนนั้น มาที่บ้านของพวกเขาในคืนวันที่ 8 พฤศจิกายน 2010

กล้องรักษาความปลอดภัยบ้านฝั่งตรงข้ามจับภาพมือปืน ขณะดึงปืนขึ้นมาหน้าบ้าน นี่คือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่บิล (Bill Courtice) นักสืบตำรวจภูมิภาคยอร์กอธิบายว่าเป็นเวลา 18 นาทีแห่งความหวาดกลัวอย่างแท้จริง

ฮาน ขณะนั้นตื่นขึ้นมาโดยมีปากกระบอกปืนกดลงที่หน้าผากของเขาอย่างแรง ส่วนเจนนิเฟอร์กำลังคุยโทรศัพท์กับเพื่อนของเธออยู่ในห้อง และเมื่อเธอเริ่มได้ยินเสียงแปลกๆ นอกประตู เธอพยายามแง้มมองออกไปนอกประตู แต่แล้ว 1 ใน 3 มือปืน ก็นำปืนพกชี้ตรงมาที่เธอ จากนั้นก็มัดมือของเธอไพล่หลังด้วยเชือกผูกรองเท้า แล้วลากเธอจากห้องหนึ่งไปอีกห้องหนึ่งและเริ่มทำการรื้อค้นบ้าน

เจนนิเฟอร์หาเงินให้มือปืนกว่า 2,500 ดอลลาร์ จากที่เธอได้มาจากการสอนเปียโนและอีก 1,100 ดอลลาร์ จากแม่ของเธอที่ซ่อนเงินไว้ในโต๊ะข้างเตียง แต่มันไม่เพียงพอ คนร้ายคนหนึ่งใช้ปืนพกฟาดฮานที่ด้านหลังศีรษะของเขา

เจนนิเฟอร์ แพน

จากนั้นมือปืนก็พาเจนนิเฟอร์กลับไปที่ชั้นสองและมัดเธอไว้กับราวบันได และจู่ๆก็ผลักบี๋ และฮาน พ่อและแม่ของเธอลงไปที่ห้องใต้ดิน เขาสั่งให้พวกเขาหันหลังและเอาผ้าห่มคลุมหัวไว้

คำพูดสุดท้ายของ บี๋ (Bich) คือคำวิงวอนให้มือปืนไว้ชีวิตเจนนิเฟอร์

จากนั้นเสียงปืนห้านัดก็ดังขึ้นหลังจากนั้น

ครู่ต่อมา กล้องวิดีโอรักษาความปลอดภัย ได้ภาพที่แสดงให้เห็นว่ากลุ่มฆาตกรออกไปจากบ้านแล้ว และด้วยเหตุผลบางอย่างพวกเขาไว้ชีวิตเจนนิเฟอร์ และเธอได้โทรแจ้ง 911

ฮาน แพน ยังคงมีชีวิตรอดจากผู้ที่หมายเอาชีวิตของเขา แต่น่าเศร้าที่เขาพบว่าภรรยาที่รักของเขานั้นเสียชีวิตลงไปแล้ว

เมื่อตำรวจไปที่บ้านพวกเขาพบว่าเจนนิเฟอร์ถูกผูกมัดอยู่อย่างที่เธออธิบายให้ตำรวจฟัง นั่นทำให้ตำรวจเกิดความสงสัยขึ้นมาหลายจุด

เมื่อเจนนิเฟอร์ แพนเล่าเรื่องที่น่ากลัวที่เธอเจอให้ตำรวจฟัง เจ้าหน้าที่สืบสวนเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติจากสิ่งที่เธอพูดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ในสายตาชาวโลกนั้น เจนนิเฟอร์เป็นลูกสาวที่โศกเศร้าและโชคร้าย แต่ตำรวจเริ่มสงสัยว่าหญิงสาวที่เหมือนนางฟ้าคนนี้นั้นจะเป็นปีศาจที่ปลอมตัวมาหรือไม่

กริมัลดิ (Grimaldi) นักข่าวอาชญากรรม กล่าวว่าสัญชาตญาณนักข่าวของเขาบอกเขาว่านี่เป็นมากกว่าการบุกบ้าน

“ไม่ค่อยมีสิ่งของที่ถูกขโมยไป มีทั้งรถเมอเซเดส และเลกซัสจอดอยู่ในโรงจอดรถ มีค่าแต่กลับไม่ขโมยไป มีทีวี มือถือ และเงินที่ยังคงมีอยู่ภายในบ้าน แต่กลับไม่ขโมยไป หัวขโมยออกไปจากบ้านยามค่ำคืน โดยที่ไม่เอาเงินสดไป โดยวางทิ้งไว้บนเคาท์เตอร์ คงจะไม่ใช่หัวขโมยที่ช่ำชอง ” กริมัลดิ (Grimaldi) กล่าว

ตำรวจมีคำถามมากมายเช่นกัน หนึ่งในสิ่งที่สงสัยมากที่สุดคือวิธีที่เจนนิเฟอร์เรียก 911 โดยมัดมือไพล่หลัง นักสืบสวนนำเจนนิเฟอร์มาที่สำนักงานตำรวจเพื่อทำการสาธิตวิธีการ

ตำรวจยังไม่เชื่อว่าเจนนิเฟอร์พูดความจริง ดังนั้นพวกเขาจึงนำรายละเอียดการโทรแจ้ง 911 ของเจนนิเฟอร์ ในวันเกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง

ฮาน แพน พ่อของเจนนิเฟอร์ รอดชีวิตออกมาจากอาการโคม่าและเริ่มพูดคุยได้ เขาบอกตำรวจว่าเขาจำทุกรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านของพวกเขา ในคืนที่ภรรยาของเขาถูกฆาตกรรมและเขาเกือบจะถูกฆ่าได้ทุกอย่าง

เมื่อ ฮาน แพน เริ่มดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลจากอาการโคม่า เขาอธิบายถึงสิ่งที่แตกต่างไปจากที่เจนนิเฟอร์แพนอธิบายไว้อย่างสิ้นเชิง” บิล (Bill Courtice) นักสืบตำรวจภูมิภาคยอร์กกล่าว

นายฮานบอกว่า เขาเห็นลูกสาวของเขาลงมาชั้นล่างและพูดกับ 1 ใน 3 คนร้าย ซึ่งเป็นชายผิวขาวอย่างเป็นมิตรบิล (Bill Courtice) “ตอนนี้เจนนิเฟอร์แพนจึงกลายเป็นผู้ต้องสงสัย”

เจนนิเฟอร์ แพน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจนนิเฟอร์ แพน ถูกจับได้ว่าโกหก นักข่าวอาชญากรรม Jeremy Grimaldi อ้างว่าเจนนิเฟอร์แพนไม่ได้เป็นเด็กสาวผู้บริสุทธิ์ และเล่นเปียโน รวมถึงผลการเรียนดีเด่นที่เธอได้ A ทุกวิชา อย่างที่เธอแสร้งทำเป็น

“เธออาศัยอยู่กับแฟนและทำงานไปด้วย” กริมัลดีกล่าว

Grimaldi ซึ่งขุดลึกเข้าไปในครอบครัวแพนกล่าวว่าเจนนิเฟอร์เริ่มโกหกตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

“เธอตำหนิพฤติกรรมของเธอมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่รู้จักกันในวัฒนธรรมสมัยนิยมว่า “Tiger Parenting” ซึ่งหมายถึงการเลี้ยงดูที่เข้มงวด จริงจัง และกดดัน เพื่อให้ลูกทำทุกอย่างให้ดีที่สุด มีจุดเริ่มต้นในปี 2011 จาก Amy Chau อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) เอมี่ได้เขียนถึงการเลี้ยงลูกของคนเอเชียลงในหนังสือ The Battle Hymn of the Tiger Mother ว่าคนเอเชียมักจะมีเลี้ยงลูกด้วยความกดดัน และกวดขันลูกให้ลูกอยู่ในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด และไม่ค่อยนิยมแสดงออกถึงความรักให้กับลูกเท่าไรนัก  กริมัลดีกล่าว

“Tiger Parenting” เป็นเรื่องปกติในวัฒนธรรมเอเชียโดยอธิบายว่า “ความรักที่ยากลำบาก” ซึ่งบางคนบอกว่าเป็นการเลี้ยงดูแบบเผด็จการ

“เธอเริ่มใช้ชีวิต 2 ขั้วแบบหลอกลวง และเธอเริ่มทำรายงานการผลิตต่างๆด้วยเครื่องถ่ายเอกสาร” กริมัลดีกล่าว “เธอไม่เคยเรียนจบมัธยมปลาย และพ่อแม่ของเธอ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

เจนนิเฟอร์ถึงขั้นทำจดหมายตอบรับเข้าวิทยาลัย เพื่อใช้ยื่นเป็นเอกสารประกอบเพื่อเข้าโรงเรียนเภสัชระดับหัวกะทิ ซึ่งเป็นอาชีพที่พ่อของเธอเลือกให้

“เธอซื้อหนังสือเรียน เธอมีปากกาเน้นข้อความ เธอมีสมุดบันทึก เธอจะบอกพ่อแม่ของเธอเกี่ยวกับอาจารย์ การสอบ รวมถึงคนในชั้นเรียนของเธอ และคุณรู้ไหมว่าทั้งครอบครัวของเธอรับรู้ เรื่องราวประวัติเท็จทั้งหมดเกี่ยวกับการศึกษาของเธอ” กริมัลดีกล่าว

และเมื่อถึงเวลาจบการศึกษาเจนนิเฟอร์แพนก็ซื้อปริญญาบัตร

เจนนิเฟอร์ แพน

สิ่งต้องห้ามอีกข้อหนึ่ง สำหรับครอบครัวแบบ “Tiger Parenting” นั้น คือการเดท ดังนั้น เมื่อเจนนิเฟอร์เด็กผู้หญิงที่เหมือนจะดูดี ได้พบกับแบดบอย ที่ชื่อว่า แดเนียล หว่อง (Daniel Wong) กริมัลดีกล่าวว่า เจนนิเฟอร์ได้กุเรื่องโกหกมากขึ้น เพื่อปกปิดความสัมพันธ์ของพวกเขา ตำรวจบอกว่า เวลาที่เจนนิเฟอร์ไม่อยู่ที่มหาวิทยาลัย เธอก็จะไปอยู่กับแดเนียล หว่องแบบลับๆ

แต่การโกหกแบบแนบเนียนและสมบูรณ์แบบของเจนนิเฟอร์นั้น กลับควบคุมไม่ได้ เพราะในที่สุดพ่อและแม่ของเธอเกิดความสงสัยในตัวลูกสาว จึงได้ตามเธอไปจนไปพบกับคนรักต้องห้ามของเธอ

“เธอถูกจับได้ในหลายเรื่องโกหกหลายครั้ง” กริมัลดีกล่าว 

  • เธอถูกจับได้ว่าอยู่กับเขา
  • เธอถูกจับได้ว่าไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย
  • ในที่สุดเธอก็ถูกขังอยู่ในบ้าน
  • เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถอีกต่อไป
  • เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์มือถือของเธออีกต่อไป
  • เธอทำได้เพียงออกจากบ้านเพื่อเรียนเปียโนเท่านั้น
  • พ่อของเธอติดตามไมล์บนรถ

ฮาน แพน ยื่นคำขาดให้ลูกสาวว่า จะกลับไปโรงเรียนแล้วเลิกเจอ แดเนียล หว่อง หรือจะออกจากบ้านไป หรือจะรอจนกว่า ฮานจะตายถึงได้เจอแดเนียล ซึ่งตำรวจบอกว่าเธอไม่อยากรอนานขนาดนั้น...

“ผมคิดว่า ในตอนนั้นเธอได้วางแผนในการก้าวต่อไปข้างหน้า โดยการกำจัดพ่อและแม่ให้ออกไปจากชีวิตของเธอ” บิล (Bill Courtice) นักสืบตำรวจภูมิภาคยอร์กกล่าว

ข้อความในโทรศัพท์ แสดงให้เห็นว่าแฟนหนุ่มของเธอ แดเนียล แนะนำให้เจนนิเฟอร์ติดต่อกับชายสามคนที่เขาเคยพบผ่านการค้ายาโดยเขาบอกกับเจนนิเฟอร์ว่า: “ฉันทำทุกอย่างและจัดเตรียมไว้ให้คุณแล้ว”

อาจไม่เคยมีใครรู้ถึงแผนนักฆ่าของเจนนิเฟอร์ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนนั่นคือ พ่อของเธอรอดชีวิตมาได้

เจนนิเฟอร์ แพน

ด้วยข้อกล่าวหาที่น่าทึ่งของ ฮาน ต่อลูกสาวของเขาเอง ถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ว่าเธอพูดอย่างเป็นมิตรกับชายผิวขาว 1 ใน 3 มือปืนในบ้านระหว่างการปล้นและเจนนิเฟอร์ยังโกหกว่า ตัวเธอเองถูกมัดติดกับราวบันไดในระหว่างการปล้น ตำรวจจึงนำเจนนิเฟอร์กลับมาอีกครั้งเพื่อซักถาม

ตำรวจสงสัยว่า เธอจ้างชายสามคนนี้มา เพื่อจัดฉากการบุกรุกบ้านและเพื่อปกปิดแผนการที่จะฆ่าพ่อแม่ของเธอ

หลังจากการสอบปากคำของตำรวจยาวนานถึง 9 ชั่วโมง ในที่สุดเจนนิเฟอร์ก็ยอดปริปาก และบอกว่าเธอพร้อมที่จะบอกตำรวจประจำภูมิภาคยอร์ก บิล (Bill Goetz) เกี่ยวกับความจริงทั้งหมด

แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนคาดหวัง เจนนิเฟอร์บอกว่าเธอจัดให้มีการบุกรุกบ้าน แต่บอกว่าเธอควรจะเป็นเป้าหมาย เธออ้างว่าเธอเสียใจมากที่เธอจะไม่สามารถพบกับ แดเนียล หว่อง จนเธอคิดว่าเธออยากจะตาย

พอล คูเปอร์ (Paul Cooper) ทนายความของเจนนิเฟอร์กล่าวว่ามีคำอธิบายง่ายๆ

สิ่งที่ผิดพลาดก็คือ เธอต้องการยกเลิกแผนนี้ และเธอต้องจ่ายค่าเสียเวลาและค่าธรรมเนียม 

คูเปอร์บอกว่าเจนนิเฟอร์เปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย แต่มือปืนยังคงต้องการค่าธรรมเนียมการยกเลิก 10,000 ดอลลาร์และเมื่อเธอไม่สามารถจ่ายได้พวกเขาก็ปรากฏตัวและยิงพ่อแม่ของเธอ

ตำรวจไม่รู้จะเชื่ออะไรพวกเขาจึงดึงตัว แดเนียล หว่องมาสอบสวน เห็นได้ชัดว่า แดเนียลและเจนนิเฟอร์ เล่าเรื่องได้ไม่ตรงกัน แดเนียล หว่องบอกผู้ตรวจสอบว่าเจนนิเฟอร์ต้องการให้พ่อแม่ของเธอตาย

ตำรวจยังพบว่า แดเนียล หว่องให้โทรศัพท์ มือถือกับเจนนิเฟอร์เพื่อใช้ติดต่อกับมือปืน แต่เจนนิเฟอร์อ้างว่าซิมการ์ดที่มีประวัติข้อความของเธอหายไปอย่างลึกลับ

“เธอดูเหมือนจะกำจัดซิมการ์ดในโทรศัพท์ของเธอ แต่เธอไม่ได้กำจัดโทรศัพท์ และในที่สุดตำรวจก็พบข้อความในโทรศัพท์ของเธอ” กริมัลดีกล่าว

เจนนิเฟอร์ อาจจะโกหกตำรวจได้ แต่สิ่งที่บันทึกอยู่ในโทรศัพท์นั้นโกหกไม่ได้ ตำรวจเปิดโปงข้อความหลายร้อยรายการ ระหว่างมือปืนกับเจนนิเฟอร์ และตำรวจสามารถเชื่อมต่อเวลาของข้อความ กับเวลาเกิดเหตุ ซึ่งกล้องวงจรปิดฝั่งตรงข้ามได้จับภาพเอาไว้ได้

“หากพ่อของเธอ ฮาน ไม่รอดชีวิตและตำรวจไม่พบข้อความทางโทรศัพท์ คำถามก็ยังคงเปิดกว้างว่าเธอจะถูกจับได้หรือไม่” กริมัลดีกล่าว

“เธอถูกจับในข้อหาสมคบคิดและฆาตกรรมพ่อแม่ หรือในที่นี่คือ แม่ของเธอและพยายามฆ่าพ่อของเธอ” บิล (Bill Courtice) นักสืบตำรวจภูมิภาคยอร์กกล่าว

เจนนิเฟอร์ แพน

แดเนียลหว่องและมือปืนทั้งสาม ก็จะถูกตั้งข้อหาเช่นกัน

ครั้งนี้เจนนิเฟอร์ไม่ได้หลอกใคร เจนนิเฟอร์ แพน แดเนียล หว่องและมือปืนสองคน ถูกตัดสินให้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต มือปืนคนที่สามสารภาพผิดฐานสมคบกันฆ่า

เจนนิเฟอร์ยังได้รับคำสั่ง ว่าห้ามสื่อสาร ซึ่งหมายความว่าเธอจะไม่สามารถพูดคุยกับใครในครอบครัวได้อีกต่อไป ซึ่งนี่เป็นคำร้องที่ญาติฝ่ายครอบครัวแพนได้ยื่นต่อร้องขอศาลผ่านทนาย นายฮาน แพนย้ายไปอยู่กับญาติ ส่วนเฟลิกซ์ น้องชายของเจนนิเฟอร์ ได้หางานทำที่อีสต์ โคสต์ และย้ายไปอยู่ที่นั่นถาวร เพื่อหนีความจริงที่เคยเกิดขึ้นกับครอบครัวเขา ฮานตัดสินใจขายบ้าน แต่ยังคงไม่มีใครขอซื้อ เนื่องจากบ้านที่มีประวัติเช่นนี้ไม่เป็นที่ต้องการของผู้อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนที่มีชาวจีนอาศัยอยู่

แต่ก่อนที่เธอจะถูกนำตัวเข้าคุก ฮาน แพน พ่อของเธอได้กล่าวกับเธอว่า:
“ฉันหวังว่าเจนนิเฟอร์ลูกสาวของฉันจะคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวและจะกลายเป็นคนซื่อสัตย์ได้สักวัน”

ทนายความของ เจนนิเฟอร์ แพน สัญญาว่าจะอุทธรณ์คำตัดสินของเธอ

เจนนิเฟอร์ แพน ปัจจุบัน ยังคงรับโทษอยู่ในเรือนจำตลอดชีวิต

เจนนิเฟอร์ แพน
https://talkmurder.com/jennifer-pan

ที่มา:


เจนนิเฟอร์ แพน
เจนนิเฟอร์ แพน

Shared: