เอลเลน กรีนเบิร์ก ถูกแทง

เอลเลน ถูกแทง 20 ครั้ง แต่ความตายของเธอ ถูกถือว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

Shared:

” เธอ ถูกแทง 20 ครั้ง แต่ความตายของเธอ ถูกถือว่าเป็นการฆ่าตัวตาย “

เรื่องราวเกิดขึ้น เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เอลเลน เรย์ กรีนเบิร์ก ( Ellen Rae Greenberg ) วัย 27 ปีที่สดใสและมีเสน่ห์ เธอทำงานเป็นครู ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ จูเนียตา พาร์ค อะคาเดมี ( Juniata Park Academy )

เอลเลน กรีนเบิร์ก ถูกแทง
เอลเลน กรีนเบิร์ก Ellen Rae Greenberg. Source: Oxygen

เธอหมั้น กับโปรดิวเซอร์ รายการโทรทัศน์ ซามูเอล โกลเบิร์ก ( Samuel Goldberg ) หรือ แซม วัย 28 ปี และทั้งคู่อาศัยอยู่ด้วยกัน ในอพาร์ตเมนต์หรู ชั้นหกในเมืองฟิลาเดเฟีย

เอลเลน กรีนเบิร์ก และ แซม โกลเบิร์ก
เอลเลน และ แซม ที่มา: https://www.inquirer.com/

ในวันที่ 26 มกราคม 2011 เมืองฟิลาเดเฟีย โดนพายุหิมะลูกใหญ่ และเอลเลน จึงต้องกลับมาบ้าน เร็วกว่าปกติ เวลา 16.45 น. แซม ตัดสินใจไปเล่น ยิม ( Gym ) ที่อพาร์ตเมนต์หรูของเขา

เมื่อแซม กลับมาเวลา 17.30 น. เขาพยายามจะปลดล็อก ประตูอพาร์ตเมนต์ แต่มันขยับได้เพียงไม่กี่นิ้ว เพราะว่า ตัวดับเบิ้ลล็อค หรือ ล็อคสวิงบาร์ ( Swing Bar Lock ) มันถูกล็อคจากด้านใน

The swing bar lock in question. Source: The Philadelphia Inquirer
The swing bar lock in question. Source: The Philadelphia Inquirer

แซม กระแทกประตูซ้ำๆ และตะโกนเรียกชื่อ เอลเลน เขาโทรศัพท์หา เอลเลน 2 ครั้ง และส่งข้อความถึงเธอ มากมายหลายต่อหลายข้อความ แต่ก็ไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใด

แซมลงไปที่ล็อบบี้ และบอกกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คนหนึ่งว่า ห้องของเขาถูกล็อก ในขณะที่เขาออกกำลังกาย อยู่ในโรงยิม แซม ขอให้ยามช่วยพังประตู แต่มันขัดกับนโยบายของบริษัท และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คนนี้ปฏิเสธ ในการที่จะพังประตู

แซมกลับไปที่ล็อบบี้หลายครั้ง เพื่อเกลี้ยกล่อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แต่ความพยายามของเขาล้มเหลว

ในที่สุดแซม ก็กลับขึ้นไปที่อพาร์ตเมนต์ และพังประตู ด้วยตัวของเขาเอง เขาพบ เอลเลนนั่งอยู่บนพื้นห้องครัว เปื้อนเลือด และเต็มไปด้วยบาดแผล ถูกแทง ร่างกายท่อนบนของเธอ นั่งพิงกับตู้ครัว ขณะที่ขาของเธอเหยียดออกไป ข้างหน้าตัวเธอ

มือซ้ายของเธอ กำบางอย่างไว้แน่น และสิ่งนั้น คือผ้าขนหนูสีขาวที่สะอาดหมดจด มีชามผลไม้ ที่กินไปแล้วครึ่งชาม ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ ในห้องครัว

ในเวลา 18:33 น. แซมโทรหา 911 เมื่อเจ้าหน้าที่บอกให้เขาทำ CPR แซมถามว่า “ฉันต้องทำด้วยหรือ”

ผ่านไปสามนาที เขาบอกเจ้าหน้าที่ว่า มีมีดโผล่ออกมาจากหน้าอก ของเอลเลน และในตอนแรกเขาไม่ได้สังเกตมันว่า มีมีดปักอยู่ตรงนั้น

“เธอต้องล้ม ใส่บนมีดแน่ๆ” แซมบอก เจ้าหน้าที่ ดังนั้น เจ้าหน้าที่บอกให้แซมหยุด CPR ทันที

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงเวลา 18:40 น. เอลเลน ก็ถูกประกาศว่าเสียชีวิตแล้ว

การชันสูตรพลิกศพ พบว่าเธอ ถูกแทง 20 ครั้ง 

  • 8 ครั้งที่หน้าอก 
  • 10 ครั้งที่ด้านหลังคอของเธอ 
  • 1 ครั้งที่ท้อง 
  • และอีกครั้งที่หนังศีรษะของเธอ

มีดฟันปลา ยังคงจมลึกเข้าไปในหน้าอก ของเธอประมาณ 4 นิ้ว

ผู้ตรวจสอบทางการแพทย์ สรุปว่า เอลเลนถูกฆาตกรรม และศาลตัดสินให้คดีนี้ เป็นคดีฆาตกรรม

ภาพที่เอลเลนถูกแทง
ภาพที่เอลเลนถูกแทง ที่มา: Forensic Tales

ในระหว่างการสอบสวน มันถูกเปิดเผยว่า เอลเลนกำลังทุกข์ทรมานจากความวิตกกังวล ที่เธอไม่สามารถมีอำนาจตัดสินใจใดๆได้เลย หลายเดือน ก่อนงานแต่งงานของเธอจะจัดขึ้น เอลเลน ถามพ่อแม่ของเธอว่า เธอสามารถที่จะย้ายกลับบ้าน ไปได้หรือไม่ โดยที่เธอจะไปคนเดียว ไม่ได้พา แซม ไปด้วย

เมื่อ พ่อและแม่ ถามเธอว่า มีสิ่งใด หรือเรื่องอะไรที่กวนใจเธอหรือปล่าว เอลเลน บอกพ่อแม่ของเธอว่า เธอไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้ และยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ แซม

ในที่สุด เอลเลนก็ทำตามคำแนะนำของแม่ และไปพบนักบำบัด โดยนักบำบัดได้ สั่งยาโคลโนพิน ( Klonopin ) ให้เธอ ซึ่งเป็นยา ต้านความวิตกกังวล

เรื่องที่ควรรู้
“ Klonopin (ตัวยา Clonazepam) “

  • ยา Clonazepam (โคลนาซีแพม) จัดเป็นกลุ่มยาทางจิตเวชที่ช่วยทำให้เกิดการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ใช้รักษาอาการชัก ตื่นตระหนก และหวาดกลัว
  • ยา Clonazepam จัดจำหนายในชื่อทางการค้าอื่นๆ มากมาย เช่น Rivotril, Clonaril, Povanil, Convolsil, Prenarpil และ Klonopin
  • การใช้ยา Clonazepam ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะเมื่อใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดการติดยาได้
  • ไม่ควรหยุดยาทันที เพราะจะทำให้เกิดอาการถอนยา เช่น ประสาทหลอน ตั่วสั่น ตะคริว วิตกกังวล เหงื่อออกผิดปกติ และนอนไม่หลับ
  • หากมีอาการข้างเคียงรุนแรง เช่น ผื่นลมพิษ หายใจขัด ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้นบวม เจ็บหน้าอก อาการซึมเศร้าแย่ลง หรือมีความคิดฆ่าตัวตาย ควรไปพบแพทย์ทันที

** รายละเอียดจาก: https://www.pobpad.com/clonazepam

และหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เธอก็บอก พ่อและแม่ ของเธอว่า ยาตัวนี้ สามารถข่วยเธอได้จริงๆ เธอรู้สึกดีขึ้น

แต่ความรู้สึกโล่งใจของเธอนั้น อยู่ได้ไม่นาน ความวิตกกังวลของเธอกลับมา และเอลเลน ก็ปลีกตัวเองออกไป อย่างผิดปกติ เธอไม่ร่าเริง แจ่มใสอีกต่อไป

นักบำบัดโรคของ เอลเลน กล่าวว่า งานของเธอคือ สิ่งที่ทำให้ความวิตกกังวลของเธอกลับมา เนื่องจาก เอลเลน กำลังอึดอัดกับนักเรียนของเธอ 2-3 คน และกำลังจะลาออกจาก ตำแหน่งของเธอ

นักบำบัดโรคของ เอลเลนอ้างว่า ไม่มีวี่แววว่า เอลเลนกำลังถูกทำร้าย และเธอยังยิ้มเสมอ เมื่อเธอพูดถึงแซม

เอลเลน แร กรีนเบิร์ก และซามูเอล โกลด์เบิร์ก
เอลเลน แร กรีนเบิร์ก และซามูเอล โกลด์เบิร์ก ที่มา: The Philadelphia Inquirer

กรมตำรวจ ฟิลาเดลเฟียคิดว่า เอลเลนฆ่าตัวตาย ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ หรือบังคับขืนใจ ไม่มี DNA ของคนอื่นใด นอกจากของ เอลเลน ในอาวุธสังหาร และตัวล็อคสวิงบาร์ ก็ล็อคจากด้านใน และไม่มีทางอื่น ที่จะออกจากอพาร์ตเมนต์ได้เลย

บนฮาร์ดไดรฟ์ ของแล็ปท็อปของเอลเลน ซึ่งไม่ต้องใส่รหัสใดๆ ในการเข้าใช้ ผู้ตรวจสอบพบการค้นหาโดย Google สำหรับ “การฆ่าตัวตายโดยไม่เจ็บปวด” และ “การฆ่าตัวตายอย่างรวดเร็ว” และเมื่อรู้ว่าเธอกินคลอโนพิน เพราะวิตกกังวล

มันคือหลักฐานทั้งหมด ที่พวกเขาต้องการว่า เอลเลนรู้สึกหดหู่และฆ่าตัวตาย ในที่สุด

การตายของเอลเลน ไม่เจ็บปวด และไม่รวดเร็ว สืบเนื่องจาก ข้อความของ ศูนย์ทรัพยากรป้องกันการฆ่าตัวตาย ( Suicide Prevention Resource Center ) ผู้หญิงส่วนใหญ่ ที่ฆ่าตัวตาย มักเลือกที่จะตายด้วยอาวุธปืน, ยาหรือ การรมควัน ไม่ใช่การแทง หากพวกเขาเลือกที่จะแทง พวกเขามักจะไม่แทงตัวเอง ในขณะที่แต่งตัวเต็มยศ เหมือน เอลเลน ที่สวมเสื้อยืด กางเกงวอร์ม และรองเท้าบูท Ugg ในเวลาที่เธอเสียชีวิต

ฆาตกรอาจสวมถุงมือ หรือเช็ดที่เกิดเหตุ ในภายหลัง สิ่งนี้ อธิบายว่าทำไมมีเพียง DNA ของ เอลเลน เท่านั้นที่ถูกค้นพบในอาวุธสังหาร และทำไมเธอ ถูกแทง ขนาด 20 แผล แต่แทบไม่มีเลือดสาดกระเซ็น ในห้องครัวที่พบร่างของเธอ

นักวิจัยล้มเหลว ในการทดสอบ มาตรฐานลูมินอล ซึ่งสามารถระบุได้ว่าเลือดได้รับการทำความสะอาดหรือไม่

Luminol
ที่มา: https://mgronline.com/

ในโลกออนไลน์ หลายรายการแสดงให้เห็นว่า มีวิธีที่สามารถล็อคสวิงบาร์ ได้จากภายนอก โดยใช้บัตรเครดิต ยางรัด หรือไม้แขวน

มีเบาะแสหลายอย่าง ที่ชี้ไปยังทิศทางของทั้งการฆาตกรรม และการสืบสวนที่บกพร่อง และไม่มีใครสนใจเลยเกี่ยวกับรายงานจากนักประสาทวิทยา ที่สรุปว่าบาดแผลถูกแทงที่หลังคอของเอลเลนนั้น ได้กระทบไขสันหลัง ของเธอจนทำให้รู้สึกชาทั้งตัวได้ และเธอก็แทงตัวเองตาย

จากผลการรายงาน ผู้ตรวจสอบทางการแพทย์ ได้เปลี่ยนสาเหตุการเสียชีวิตของเอลเลน จากการฆาตกรรม เป็นการฆ่าตัวตาย และคดีก็ปิดลง

พ่อแม่ของเอลเลน หัวใจแตกสลาย แต่พวกเขาไม่ได้ยอมแพ้ พวกเขาเริ่มการสอบสวนด้วยตัวเอง และจ้างทนายความ ชื่อ โจ โพดราซา ( Joe Podraza )

เมื่อ โพดราซา ติดต่อนักประสาทวิทยา ที่ระบุไว้ในรายงาน เธอยืนยันว่าเธอ จำรายงานเกี่ยวกับคดีของเอลเลน ไม่ได้เลย อันที่จริง ตอนนั้นเธอทำงานที่โรงพยาบาลเด็ก และใครก็ตามที่เขียนชื่อเธอ ในรายงานนั้น น่าจะชื่อสะกดผิด

พ่อแม่ของเอลเลน จ้าง นักนิติเวช ของตัวเอง ซึ่งตัดสินว่า บาดแผล ถูกแทง ทะลุโพรงกะโหลกของเอลเลน ซึ่งจะทำให้เธอเจ็บปวดอย่างรุนแรง และหมดสติไป กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ เอลเลน ไม่สามารถแทงตัวเองได้ถึง 20 ครั้งอย่างแน่นอน

นักประสาทวิทยา:

ตำรวจตัดสินใจติดต่อ นักประสาทวิทยา เพื่อตรวจสอบว่า บาดแผลที่ถูกแทงที่คอของเธอ ทำให้เส้นประสาทไขสันหลังขาดหรือไม่ หากไขสันหลังถูกตัดออกไป นั่นจะทำให้ เอลเลน เป็นอัมพาตก่อนที่บาดแผล ถูกแทง จะเกิดขึ้น นักประสาทวิทยา บอกตำรวจว่า ไขสันหลังถูกกระทบกระเทือน และได้รับความเสียหายเท่านั้น ไม่ได้ถูกตัดขาด

นักประสาทวิทยา ทำนายว่า สิ่งนี้ทำให้ เอลเลน มึนงง และอาจทำให้ความคิดที่ว่าเอลเลนแทงตัวเอง น่าเชื่อถือมากขึ้น สิ่งนี้จะช่วยให้ เอลเลน แทงตัวเธอเองได้หลายครั้งโดยไม่เจ็บปวด หากเป็นเรื่องจริง เอลเลนแทงตัวเองมากกว่า 20 ครั้ง ซึ่งไม่น่าเชื่อ

ผู้ตรวจทางการแพทย์ตัดสินใจย้อนกลับคดีกลับไปฆ่าตัวตายหลังจากการค้นพบนี้

นักพยาธิวิทยาทางนิติเวช:

หลังจากที่ผู้ตรวจทางการแพทย์ พลิกคดีกลับไปเป็นการฆ่าตัวตาย ครอบครัวของเอลเลน ตัดสินใจซื้อรูปภาพและเอกสารทั้งหมดจากรัฐบาล และส่งไปให้นักนิติเวชนิติเวช นักนิติเวชชื่อไซริล เวสต์ เขาเป็นที่รู้จักจากการโต้แย้งทฤษฎีกระสุนนัดเดียวในกรณีของเจเอฟเค

เมื่อเขาดูรายงาน เขาตกใจเมื่อพบว่าเอลเลน มีบาดแผลถูกแทงมากมาย ไซริลมองดูทุกอย่าง ไซริลบอกว่าเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตำรวจตัดสินเรื่องนี้เป็นการฆ่าตัวตาย

ครอบครัวกระตือรือร้นที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ในกรณีนี้ พวกเขาจ้างทนายความ และนักนิติเวช เพื่อพูดคุยกับตำรวจเกี่ยวกับการเปิดคดี ไม่มีอะไรออกมาจากการสนทนา ตำรวจปฏิเสธการเข้าถึงบันทึก และครอบครัวและนักพยาธิวิทยาทางนิติเวชไม่พอใจเรื่องนี้ ครอบครัวไปและยื่นขอบันทึกสาธารณะ ในที่สุดครอบครัวก็สามารถเข้าถึงข้อมูลไฟล์ได้ แต่ครอบครัวไม่ได้รับอนุญาตให้บันทึกหรือจดบันทึกเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาแสดงให้ดู

อัยการคดีฆาตกรรม ชื่อ กาย เดอ อันเดรีย ขอให้ดูแฟ้มคดีทั้งหมด เมื่อเขามองเข้าไปในแฟ้มนั้น เขาตระหนักว่าไม่มีรายงานเกี่ยวกับโรคทางระบบประสาท เขาถามสถานีตำรวจในท้องที่และผู้ตรวจสอบทางการแพทย์ว่าอยู่ที่ไหน พวกเขาบอกว่า แฟ้มคดีนั้นสูญหายหรือไม่มีอยู่จริง พวกเขายังพบว่าผู้ตรวจทางการแพทย์ไม่มี แม้แต่นักประสาทวิทยาประจำการอยู่ที่นั่นในเวลานั้น

แซม โกลด์เบิร์ก ( Sam Goldberg )

นอกจากนี้ ยังมีความไม่สอดคล้องกัน หลายประการ ในเรื่องราวของแซม โกลด์เบิร์ก เขาบอกเจ้าหน้าที่ว่า เขาพบว่า เอลเลน นั่งพิงตู้ครัว แต่พบรอยเลือดแห้ง ไหลอาบแก้ม ตั้งแต่รูจมูกถึงหู ทำให้ สันนิษฐาน ถึงความเป็นไปได้ 3 อย่าง คือ

  1. เอลเลน แทงตัวเองตาย แล้วพยายามขยับร่างตัวเอง มานั่งพิงตู้
  2. คนอื่นฆ่า เอลเลน และเคลื่อนย้ายร่างของเธอ
  3. รอยเลือดที่ไหลจากจมูก ไปถึงหูของเธอ ซึ่งเธออาจจะนอนตอนเสียชีวิต และมีคนจับเธอนั่งพิงตู้

แซมมีพยาน ในส่วนของสถานที่ และเวลา ที่เขาอยู่ กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ 911 และตำรวจที่มาที่เกิดเหตุ แต่ ท่าทางของเขา ในระหว่างการโทรหา 911 เจ้าหน้าที่อธิบายว่า แซมสงบมาก

แซมบอกตำรวจว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ด้วยกันกับเขา เมื่อตอนที่เขาพังประตูอพาร์ตเมนต์ แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บอกว่าเขาไม่เคยทิ้งล็อบบี้ และเมื่อแซม เข้าหาเขา โดยอ้างว่า เพิ่งกลับมาจากยิมแล้ว เขาสวมรองเท้าบู๊ต ไม่ใช่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าวิ่ง

แซม อ้างว่า เขาเป็นห่วงความปลอดภัย ของชีวิตคู่หมั้น แต่รอเกือบชั่วโมง ถึงจะโทรแจ้งตำรวจ การโทรครั้งแรกของเขาคือ การโทรไปหาพ่อของเขา ต่อจากนั้น โทรไปหาลุงของเขา และสุดท้าย โทรหา ทนายความ

ใน ปี 2017 การวิเคราะห์ การสืบสวนคดีอาชญากรรม ครั้งใหม่ ได้แสดงหลักฐานการฟกช้ำรุนแรง ทั่วร่างกายของเอลเลน ในขั้นตอนการรักษาต่างๆ เช่นเดียวกับรอยเล็บ และรอยฟกช้ำที่คอ บ่งบอกถึงการบีบรัดด้วยมือ สาเหตุของการเสียชีวิต จากการวิเคราะห์ระบุว่า เป็นการฆาตกรรม

“ บาดแผลบางอย่าง แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำได้ด้วยตัวเอง และแน่นอนว่า บาดแผลจากด้านหลังอย่างน้อยสองแผลนั้น ร้ายแรงมากจนทำให้ เอลเลน ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ และน่าจะเพียงพอแล้วที่จะทำให้เธอเสียชีวิต “ ทนายความของครอบครัว กรีนเบิร์ก โจ โพดราซา ( Joe Podraza )

สิบปีหลังจากการเสียชีวิต ของเอลเลน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 มันถูกเปิดเผยว่า เอลเลนไม่เคยทำการค้นหาใดๆ บน Google เกี่ยวกับการฆ่าตัวตายเลย เธอเพิ่งค้นหาผลกระทบของยาโคลโนพิน ( Klonopin ) ซึ่งจะมีผลทำให้น้ำหนักเพิ่ม ซึ่งแสดง ให้เห็นว่ามี  ‘การค้นหาแฝง’ ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตาย ในคอมพิวเตอร์ของเธอ

ไม่มีข้อบ่งชี้ว่า เอลเลน กำลังวางแผนที่จะฆ่าตัวตาย แต่มีสัญญาณหลายอย่าง ที่เธอแสดงว่าเธอ ถูกทำร้าย

แซม ส่งข้อความหา เอลเลน ตอนที่เขาเข้าไปหาเธอไม่ได้ ว่า
“คุณควรมีข้อแก้ตัว” และ “คุณไม่มีความคิด”

มันไม่ได้ฟังดูเหมือน มาจากคนที่สิ้นหวัง และเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอเลย มันฟังดูเหมือน การคุกคาม มากกว่า

พ่อแม่ของเอลเลนสังเกตว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ ก่อนเธอเสียชีวิต เอลเลนเงียบผิดปกติ และเมื่อพวกเขาพยายามวางแผน ที่จะอยู่ด้วยกันกับเธอ เธอก็ตอบกลับด้วยข้อความแบบนี้เสมอ
“ฉันต้องดูว่าแซมพูดอะไร” และ “ฉันต้องตรวจสอบกับแซม”

ความวิตกกังวลอย่างรุนแรง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมกะทันหัน และความน่ากลัวที่ต้องขออนุญาตพบปะกับผู้อื่น ล้วนเป็นสัญญาณเตือนถึงความรุนแรง และผิดปกติในครอบครัว

รอยฟกช้ำ มันมีด้วยกันหลายระดับความรุนแรง และ ในกรณีของเอลเลน พบได้ทุกระดับบนร่างกายของเธอ

บ่อยครั้ง เหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ไม่อยากเล่าสถานการณ์ที่พบเจอ ให้คนอื่นฟัง โดยเฉพาะผู้มีหน้าที่ในการรายงานข้อมูลข่าวสาร เช่น นักบำบัดโรค พวกเขาอาจไม่ต้องการบอก คนที่เขารัก ว่าพวกเขาถูกทำร้าย ด้วยเกรงว่าคู่ของตน ที่ยังรัก กันอยู่จะถูกมองไม่ดี

ในหลายกรณี เหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว อาจถูกทำให้เชื่อว่าพวกเขาสมควรถูกกระทำแบบนั้น พวกเขาอาจรู้สึกละอายใจ และปฏิเสธความจริงที่เกิดขึ้น

ในปี 2020 พ่อแม่ของเอลเลน ยื่นฟ้อง นายแพทย์แซม กูลิโน ( Dr. Sam Gulino ) ผู้ตรวจการแพทย์ฟิลาเดเฟีย เกี่ยวกับการ ให้สาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ของเอลเลน (ที่ถูกระบุว่า เป็นการฆ่าตัวตาย) ถูกลบออกจากแฟ้มคดีของเธอ

ผู้พิพากษาตัดสินว่า คดีจะดำเนินต่อไป และการพิจารณาคดี มีกำหนดจะเริ่มในปี 2021 เมื่อไม่นานมานี้ ดร.แซม กูลิโน เคยถูกพักงาน เพื่อรอการสอบสวน เกี่ยวกับการจัดการศพของเหยื่อ ที่ผิดพลาด จากคดี MOVE bombing ในปี 1985

ขยายความ
1985 MOVE Bombing คือ

เหตุการณ์ในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อกรมตำรวจฟิลาเดลเฟียวางระเบิดบ้านพักอาศัย ที่ถูกยึดครองโดยกลุ่ม MOVE ของกลุ่มอนาจารโค-ไพรมีทิวิสต์ผิวดำ และแผนกดับเพลิงของฟิลาเดลเฟียปล่อยให้ไฟลุกและควบคุมไม่ได้ หลังจากการเผชิญหน้ากันและการผจญเพลิง เด็กห้าคนและผู้ใหญ่หกคนถูกฆ่าตาย บ้านเรือน 61 หลัง ถูกเผาเป็น บริเวณยาวกว่าสองช่วงตึก

ตอนนี้แซม โกลด์เบิร์ก อาศัยอยู่ที่นิวยอร์ก กับภรรยาและลูกสองคนของเขา เขาไม่เคยถูกจับหรือถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเอลเลนเลย

จอช ( Josh ) และ แซนดร้า ( Sandra Greenberg ) พ่อและแม่ของเอลเลน ยังคงต่อสู้เพื่อความยุติธรรมสำหรับลูกสาวของพวกเขาในอีก 10 ปีต่อมา และจนถึงปัจจุบัน ทางตำรวจยังคงหาเบาะแสต่างๆ เพื่อที่จะรื้อคดีขึ้นมาอีกครั้ง


ที่มา:

  • https://mgronline.com/
  • https://www.nossaonline.org/
  • The Philadelphia Inquirer
  • Forensic Tales
  • Oxygen

เอลเลน กรีนเบิร์ก ถูกแทง
เอลเลน กรีนเบิร์ก ถูกแทง

Shared:

About the author